เจ็บนะ...Story on valentine'day...
posted on 14 Feb 2012 21:56 by sincere-overStory on Valentine’s day

Fic Mpreg Nut x sin เนื้อหาทั้งหมดล้วนมาจากจินตนาการทั้งสิ้น ไม่มีเหตุการณ์ใดเป็นเรื่องจริง และไม่มีเจตนาบิดเบือนภาพลักษณ์ของศิลปิน...
ใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนแรกเลย ลองดูค่ะ http://writer.dek-d.com/sincere-over/story/viewlongc.php?id=746935&chapter=12
“นินจา ทานข้าวก่อนลูก”
“......................”
“นินจา...กินหน่อยเถอะเนอะ งั้นป่ะป๊าไม่รักหนูนะ”
“.......(-*-)...........”
“โธ่ นินจาป่ะป๊าขอโทษ จะให้ป๊าทำยังไงล่ะลูก”
ย้อนกลับไปเมื่อ 30 นาที ที่แล้ว.....
ร่างหนา นอนเล่นอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน วันนี้วันเสาร์ ไม่ต้องไปทำงาน เลยรับอาสาดูแสเจ้าตัวกลมนี่เอง เพราะซินต้องไปต่างจังหวัดกับครอบครัวเย็นนี้ถึงจะกลับ...จะเอานินจาไปด้วยก็ลำบากนั่งรถเปล่า ๆ เขาก็เลยต้องอยู่ดูแลแทนเพราะเห็นว่าไม่ได้ไปทำงาน แต่ใครจะรู้ว่าการเลี้ยงเจ้าลูกชายที่เห็นซินทำอยู่ทุกวันมันก็ไม่ใช่ว่าง่ายเลย....
“คุณนัทคะ มีคนมาขอพบค่ะ เห็นว่านัดคุณไว้”
“อ๋อ ครับ” ไม่ได้ไปทำงานก็ไม่ได้หมายความว่า..จะไม่ต้องทำงาน เพราะเอกสารด่วนหลายตัวที่รอลายเซ็นอนุมัติ..... แต่ว่าเรื่องก็เกิดจนได้
“คุณนัทคะ สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีครับ...เอ่อทำไมถึง” ร่างสูงรับไหว้ทั้งที่อุ้มเจ้าลูกชายอยู่... คิดว่าเป็นเลขาสาวที่คุ้นเคยกันดี แต่ทำไมถึงกลายเป็นอีกคนไปได้
“คุณเลขาไม่ว่าง...พอดีเห็นว่าเกี่ยวกับที่รินดูแลก็เลยอาสามาให้น่ะค่ะ” ไพลินลูกสาวหุ้นส่วนที่ตอนนี้ผันตัวเองเข้ามาทำงานเป็นผู้ช่วยเลขาของเขาอีกที....
“สวัสจ๊ะนินจา จำน้าได้ไหมลูก”
“...........” ทักทายเจ้าหนูที่อยู่ในอ้อมกอดของคุณพ่อสุดหล่อ...บอกตรงๆ ว่าถึงจะมีภรรยาแล้วแต่หล่อและรวยขนาดนี้ หล่อนก็ยอมได้ทุกข้อ....วันนี้ก็อุตส่าห์ไปเสนอเป็นธุระให้แม่เลขาเรื่องมากนั่น ดีที่เป็นวันวาเลนไทน์คงอยากจะไปกุ๊กกิ๊กกับแฟนอยู่ ช่างโชคดีที่มารู้ว่าก้างชิ้นใหญ่ไม่อยู่บ้าน
“ว่าไงลูก จำได้ไหมครับ”
“...............” ไพริน เริ่มหน้าเสียเพราะเจ้าเด็กหน้าตาจิ้มลิ้มนี่ นอกจากจะไม่สนใจเธอแล้วยังไม่หันขึ้นมามองด้วยซ้ำ
“เอ่อ แกพึ่งตื่นน่ะครับ คงอารมณ์ไม่ดี”
“ป่ะป๊า ม่ะม๊าล่ะ”
“เชิญด้านในครับ......เดี๋ยวม่ะม๊าก็กลับแล้วลูก อยู่กับป่ะป๊า ดูป่ะป๊าทำงานดีกว่าเนอะ” บอกหญิงสาวที่ยืนทำหน้าเก้อ เพราะเจ้าตัวดีไม่ยอมคุยด้วย ปกติไม่ใช่อย่างนี้ ใครทักก็จะยิ้มเกลื่อนกราดไปหมด...แต่ทำไมถึงจะเงียบขึ้นมาดื้อ ๆ
“ทำงาน ทามไม..ม่ะม๊าบอกว่าป่ะป๊าไม่ล่ายทำงาน นี่ฮาบ”... นั่นไง สงสัยจะถ่ายทอดตามกระแสเลือด เพราะเขาก็ไม่ได้บอกซินว่าจะมีงานมาถึงบ้าน...แล้วเขาจะตอบลูกชายยังไง
“คืองานด่วนมากเลยค่ะ ถ้าป่ะป๊าไม่ทำก็ไม่มีเงินซื้อขนมให้นินจากินนะคะ”
“ทำไมฮับ ป่ะป๊า นิงจาถามเนี่ยย” เอ่อ...มองดูหญิงสาวตรงหน้าที่ทำหน้าเหวอที่ถูกเมิน ทั้งที่นั่งเก้าอี้ตรงข้ามอุตส่าห์ก้มตัวมาหานู๋นินจาที่อยู่บนตักเขาแล้วแท้ๆ....แต่เจ้าตัวอวบนี่ก็ยังจะมาถามย้ำเขาอีก
“ป่ะป๊ามีงานด่วนลูก...นินจาไปเล่นกับพี่ฝ้ายก่อนไหม”
“ด่วนก่า นิงจาเหรอฮับป่ะป๊า”.... ตั้งใจจะถามอะไร ด่วนกว่านินจา คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันกับคำถามงง ๆ ของลูกชาย...
“ด่วนที่สุดเลยลูก”
“ด่วนก่า มะม๊าเหรอฮับ” ยังไม่จบ คำถามแรกก็ยังงงอยู่ แล้วมาเจอ ....ด่วนกว่าม่ะม๊าอีก แล้วมันด่วนยังไงล่ะเจ้าลูกชาย...
“เฮ่อ!..นินจาขอเวลาป่ะป๊าทำงานแป๊บได้ไหมลูก นะครับเด็กดี...นินจา..เฮ่อ~” ก้มมองเจ้าหนูที่มือกำลังหมุนล้อรถโมเดล แต่ตาเงยจ้องตาเขาตาแป๋ว...เหมือนไม่เข้าใจที่เขาสื่อ
“นินจารักป่ะป๊า ไหมลูก”
“รักแล้วต้องฟังที่ป่ะป๊าพูดนะครับ..นินจา..” ตอนแรกที่ถามว่ารักไหมก็พยักหน้าซะดิบดี แต่พอเจอคำพูดที่สอง หัวกลมกลับสั่นจนกลัวว่าคอจะเคล็ด...หรือว่าเขากับซินจะเลี้ยงลูกเอาแต่ใจเกินไป
“ป่ะป๊า ต้อนเล่นกับนิงจาซี่” เอามือเช็ดน้ำลายที่ยืดออกจากปากเล็กนั่น พลางถอนหายใจหนัก เขาคงต้องรีบเซ็นต์งานให้เสร็จ ก่อนจะถูกกวนมากกว่านี้
“นินจา!! ทำไมทำอย่างนี้!!” โอย! อยากจะบ้าตาย มือเล็กที่ก่อนหน้านี้ยังจับของเล่นหมุนไปมาอยู่บนตักเขาดีๆ แต่กลับยื่นมาดึงเอกสารพร้อมกับเหวี่ยงทิ้งไปด้านล่างโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของเขา
“ฮึก ! อึก แงงงงงง อืออออออ” เอาแล้วไง งานเข้าจนได้ ....ทำไมวันนี้ถึงได้ดื้อกับเขาอย่างนี้นะ ปกติแค่ซนตามประสาเด็กแต่จะเข้าใจว่าต้องทำตัวยังไง....
“ไม่มีพี่เลี้ยงเหรอคะ ให้มาเอาตัวออกไปเลยค่ะ”
“เอ่อ...” หันไปมองหญิงสาวที่ทำหน้าแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารำคาญ
“รินหมายถึง แกจะได้มีเพื่อนเล่นน่ะค่ะ” เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองแสดงออกมาเกินไป ก็รีบทำหน้ายิ้มแย้มปกติแล้วเดินเข้าไปหา เจ้าตัวปัญหาที่แหกปากร้องอยู่บนตักเป้าหมายของหล่อนที่นานๆ จะได้อยู่กันอย่างนี้
“นินจา มาหาอามาลูก”
“แอร๊รรรรรรรรรร!!!!!!!!!!!!”
“นินจา! ทำไมเป็นอย่างนี้ลูก” แค่โดนมือเรียวสวยสัมผัสที่แขนป้อม ก็กรี๊ดร้องขึ้นจนคนสวยสะดุ้งและรีบถอยกลับ
“ฮึก ฮือออ ออด ปายยย งืออออ ปายยย งืออออ เจบ” ลุกขึ้นอุ้มเจ้าลูกชายไว้ แขนอวบคล้องคอเขาไว้ แต่ก็ยังหลับหูหลับตาร้องไม่หยุด ...คงต้องทำอะไรซักอย่างไม่งั้นงานไม่เสร็จแน่ ๆ
“คุณนัทคะ คือริน แค่จะอุ้มแกน่ะค่ะ” รีบออกตัวเหมือนตัวเองทำความผิดอะไรไว้ หน้าสวยสลดลง เหมือนกับตัวเองผิดที่มาทำให้ลูกชายเจ้านายงอแง
“ผมต้องขอโทษด้วยครับ รอซักครู่นะครับ เดี๋ยวผมมา” มือหนาลูบหลังลูกชายที่ยังร้องเสียงดังและสะอื้นไม่หยุด...ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงาน.. เขาเลี้ยงแค่วันนี้ยังรู้สึกว่ามันก็หนักพอสมควรแต่ซินกลับเลี้ยงมากตลอดระยะเวลา 2 ปี ไม่น่าเชื่อว่าซินจะทำได้ ทั้งที่ตัวก็เล็กกว่าเขา ไม่หนักแน่นเหมือนเขาด้วยซ้ำ...แต่เขาก็รู้ว่าเพราะอะไร....ก็เพราะรู้สึกเหมือนกันว่าถึงจะหนักหรือเหนื่อยแค่ไหนก็ทนได้ เพราะ..รัก..
“นินจาฟังป่ะป๊านะลูก ป่ะป๊าต้องทำงาน สัญญาว่าแค่แป๊บเดียว แล้วจะรีบกลับมาเล่นกับหนู...ถ้านินจาไม่ยอมให้ป่ะป๊าทำงานก็จะไม่เสร็จนะครับ”
“ออดปายยย งือออ ออกป๊ายยยย!!!!ฮือออ” มองตามมือเล็กที่ยังชี้ไปที่ห้องทำงาน
“น้ารินเขาต้องทำงานกับป่ะป๊า ไปไหนไม่ได้ลูก..”
“เจบบ นิงจา อืออ ฮึก เจบบ ฮืออออออ” มือเล็กปัดแขนตัวเองบริเวณที่ถูกไพลินจับ ....รังเกียจขนาดนี้เลยรึไง ปกติใครจับก็ไม่เคยที่จะงอแงแท้ ๆ
“ฝ้าย พาเข้าไปในห้องก่อน แล้วผมจะขึ้นไปรับเอง” หันไปหาสาวเช้าที่เดินเข้ามาพอดี หลังจากที่นั่งโอ๋กันบนโซฟาห้องนั่งเล่น แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล
“คุณหนูขา ไปเล่นกับฝ้ายดีกว่าค่ะ”
“นิงจา เจบบ ฮือออ! หาม่ะม๊า ม่ะม๊า !ฮือออออ งือออออออ!!”ยอมที่จะอ้าแขนให้สาวใช้ที่เคยอยู่ด้วยกันจนคุ้นเคยอุ้มขึ้น แต่ก็ยิ่งร้องเสียงดังพูดอะไรฟังไม่รู้เรื่อง ร้องหาคนที่ไม่อยู่ทั้งที่ทุกวันไม่เคยจะห่างกัน...แต่ทำไมวันนี้ตื่นเช้าขึ้นมาไม่เห็นเลย...ยังดีที่เจอป่ะป๊า แต่ตอนนี้ไม่สนใจแล้ว..
นัทรีบเซนต์งานอย่างเร็วที่สุด ในใจก็ห่วงคนที่อยู่บนห้องจนกระวนกระวายใจ ถึงแม้ว่าหญิงสาวตรงหน้าจะชวนคุยหรือชักชวนไปไหน ตัดบทว่าจะคุยวันหลังและปฏิเสธคำชวนทุกอย่าง พอลงหมึกเส้นสุดท้ายเสร็จก็รีบวางปากกาและลุกพรวดพราดขึ้น
“รบกวนคุณรินต่อเลยนะครับ ผมขอตัว ขอโทษด้วยที่ไม่ได้อยู่รับรอง”
“เอ่อ ค่ะ..” รับปากอย่างเสียไม่ได้ ทั้งที่ในใจกลับอยากจะกรี๊ดร้องให้ลั่นบ้านหลังงามนี้ให้ได้
มือใหญ่ค่อย ๆ บิดลูกบิดห้องนอนตัวเอง ก่อนจะคอ่ยๆ เปิดเข้าไป เห็นลูกชายสุดที่รักนั่งเล่นลูกบิดอยู่บนเตียง หน้าเล็กเงยหน้ามามองเขาแป๊บนึงก่อนจะก้มลงอย่างเดิม ตากลมจ้องรูบิคในมือ
......โดนเมินจนได้…..
“ว่าไงครับลูก...หิวไหมเอ่ย” มองนาฬิกาก็จะเกือบจะห้าโมงครึ่งแล้ว ได้เวลากินนมแล้ว หาเรื่องเข้าไปง้อดีกว่า…
“นินจา กินนมดีกว่าเน้อ..”
“...................”
“เดี๋ยวผมป้อนเอง...” พอดีกับที่สาวใช้เดินเข้าออกมาจากห้องเล็ก ๆ ที่เชื่อมต่อกับห้องนอนใหญ่ ที่เอาไว้สำหรับเตรียมนมและเก็บของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ตลอด...มือใหญ่เอื้อมไปรับขวดนมรูปหมีสีแดงมาไว้ในมือ ก่อนจะขึ้นไปนั่งบนเตียงข้างๆ คนที่ทำเป็นไม่สนใจ ไม่รู้ไม่ชี้...
“งั้นกินข้าวเนอะลูกเนอะ” พยักหน้าให้สาวใช้ ก่อนจะหันมามายิ้มให้คนที่ยังก้มหน้าก้มตา ไม่สนใจอยู่ดี
“สนุกไหมลูก อยากเล่นด้วยจัง”
“.............” ขี้งอน! ได้ใครเนี่ย...ถ้าแรก ๆ เลยจะสงสัย ....แต่อยู่กับซินนาน ๆ ก็รู้โดยไม่ต้องสอบว่าได้จากใคร
“ว๊าวว น่าทานจัง มากินข้าวกันดีกว่าเน้ออ”
“.................” ยังเฉย...
“นินจา..” ปกติเห็นของกินต้องเดินเตาะแตะมาหา หรือไม่ก็ยิ้มหวานให้เดินเข้าไปหา แต่ทำไมคราวนี้ไม่สนใจซักนิด...นี่โกรธป๊ะป๊ามากขนาดนี้เลยเหรอเจ้าลูกชาย
“นินจา ทานข้าวก่อนลูก”
“......................”
“นินจา...กินหน่อยเถอะเนอะ งั้นป่ะป๊าไม่รักหนูนะ”
“.......(-*-)...........”
“โธ่ นินจาป่ะป๊าขอโทษ จะให้ป๊าทำยังไงล่ะลูก”
“ ( - -)....โตระฉับหาม่ะม๊า มะหานิงจา เดี๋ยวนี้!” ลูกบังเกิดเกล้า...บทจะเผด็จการและเอาแต่ใจ ก็ไม่รู้ว่าได้จากใครมา ซินก็ไม่ได้เอาแต่ใจขนาดนี้ (รึเปล่า) แต่ทำเอาผู้บริหารอย่างเขาต้องคิดหนัก...คำสั่งที่ออกจากปากแดงเล็กนั่น ไม่ได้ประกาศิตแต่ก็ต้องรีบคว้ามือถือขึ้นมากด โดยมีสายตาเล็กนั่นจ้องเขม็งจับผิดนั่นมองอยู่...
“ฮัลโหล ซินเหรอ” รีบพูดหลังจากได้ยินเสียงกดรับ ทั้งที่คนปลายสายยังไม่พูดอะไรด้วยซ้ำ จะว่าไปเขาเองก็คิดถึงภรรยาคนสวยพอ ๆ กับลูกชายนั่นแหละ
“ซินเอง คุณมีอะไรรึเปล่า” รู้สึกชื่นใจขึ้นเมื่อได้ยินเสียงหวานๆ หันไปมองหน้าจิ้มลิ้มที่ยังมองเขาไม่วางตา โถ! ถ้าจะจับผิดป่ะป๊าขนาดนั้น...
“ทำอะไรอยู่... เอ่อ คือ... ถึงไหนแล้ว..... จะกลับหรือยัง คือเอ่อ คิดถึงครับ”
“.................”
“ซิน..” ปลายสายเงียบไปหรือสายหลุด...
“คิดถึงเหมือนกัน กำลังจะถึงบ้านแล้ว ออกมารับซินได้ไหม อยากเจอคุณกับลูกมาก ๆ เลย” ปากหนายิ้มกว้างจนแทบจะถึงหู
“ครับ..” กดวางโทรศัพท์ก่อนจะหันไปยิ้มกว้างให้เจ้าตัวกลมที่มองเขาอยู่
“ไปรับม่ะม๊ากัน ไปไหมครับ หายโกรธป่ะป๊ายัง ดูสิป่ะป๊าโทรตามม่ะม๊าแล้ว”
“ไปรับม่ะม๊า” ได้ยินว่าจะไปรับม่ะม๊ารีบยันตัวเองลุกขึ้น แล้วเดินเตาะแตะาหาเขาที่ปลายเตียง ปากเล็กแยกยิ้มน่ารัก แหม่ะแล้วทีกับเขาล่ะไม่สนใจมันน่าน้อยใจนัก แต่ยังไงก็รีบดีกันไว้ดีกว่า
“หอมแก้มป๊าก่อน”
“ฟอดด!! ไปหาม่ะม๊า” รีบก้มหน้าหอมอย่างเร็ว ก่อนจะเข้าหาอ้อมกอดกว้าง แล้วชี้ไม้ชี้มือออกนอกห้อง
“ครับ ๆ”
ร่างสูงอุ้มเด็กชายจ้ำม้ำไปอ้อมแขนยืนอยู่หน้าบ้าน หน้าหล่อชะเง้อมองภรรยาที่บอกว่าจะมาถึงแล้วแต่ก็ยังไม่เห็น มองเจ้าตัวเล็กที่ถือขวดนมในมือยกดูดเองอย่างไม่เกี่ยงงอน ที่แท้ก็หิวล่ะน่า เล่นตัวไปงั้น...ก้มหอมแก้มลูกชายฟอดใหญ่ด้วยความหมั่นไส้ แค่ไม่เห็นหน้ากันวันหยุดที่ปกติต้องอยู่ด้วยกันทั้งวันก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรไป แค่มายืนรอก็รู้สึกตื่นเต้น ที่จะได้เจอหน้าซิน...ต้องยอมรับว่าตั้งแต่มีซินและนินจาเข้ามาในชีวิต อะไรหลาย ๆ อย่างของเขาเปลี่ยนไปรวมทั้งนิสัยขรึมๆ และจริงจังกับอะไรเกินเหตุด้วย...
“มาแล้ว...ม่ะม๊ามาแล้ว”
“มาแล้วววว” พูดตามป่ะป๊า ยกขวดนมออกจากปากอุ้มไว้ในแขนป้อม... หน้าเล็กยิ้มแป้นมองรถคันสวยที่วิ่งเข้ามา
“ม่ะม๊าฮับบ!!!!!!!!เอิ๊ก ๆ” ขาเรียวก้าวลงจากรถมองลูกชายที่ตะโกนเรียกแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊ากมาให้...คิดถึงจัง...ไม่เคยห่างกันนานขนาดนี้...รถที่คนขับรถที่บ้านมาส่งขับเคลื่อนออกไปจากบ้านช้า ๆ
“ว่าไงครับ คิดถึงม่ะม๊าไหม” รับลูกชายที่ชูไม้ชูมือให้อุ้ม อุ้มทีก็ถึงกับเซ
“คิกถึงฮับบ”
“คิดถึงเหมือนกันครับ”
“คุณหนิ!” หน้าสวยขึ้นสีน่ามอง ก็จมูกโด่งที่ก้มมาหอมแก้มลูกชาย จงใจเผื่อแผ่ไปหาแก้มนุ่ม ๆ ของซินพร้อมกับสูดเข้าปอดฟอดใหญ่ ให้สมกับที่ให้รอ...
“อยู่กับป่ะป๊าเป็นไงมั่ง” ต้องให้ร่างสูงอุ้มเหมือนเดิม เพราะรู้สึกเพลีย ๆ วันนี้นั่งรถก็รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่
“ฮึก ๆ งือ เจบบ นิงจาเจ็บ” อ้าว แล้วไหงอยู่ ๆ ถึงเบะปากจะร้องล่ะ….ก่อนหน้านี้ยังร่าเริงอยู่แท้
“เป็นอะไรลุก เจ็บอะไร!” .....อ้อเจ็บหรอกเหรอ นัทถึงกับถึงบางอ้อ กับคำพูดที่ได้ยินก่อนหน้านั้น
“ลูกเป็นอะไรคุณ...!” นัทรีบเดินพาลูกชายไปยืนบนโซฟา เจ้าตัวอวบยังทำหน้าเบะจะร้องไห้อยู่..
“นินจาเจ็บตรงไหนลูก...” ร่างสูงย่อตัวลงนั่งให้เสมอกับลูกชาย ก่อนจะเอ่ยปากถาม....
“เจบบบ ฮึก นิงจาเจบ” มือเล็กลูบต้นแขนที่เดิม นัทเริ่มเอะใจ เพราะเห็นลูบคราวที่แล้วเขาก็เข้าใจว่าปัดรอยที่ไพรินจับออก
“นินจา.... ทำไม” หน้าสวยชะงักพร้อมกับชักสีหน้าเมื่อเห็นอะไรบางอย่าง เพราะมองตามมือสามีที่จับมือลูกชายออก
“ทำไมถึงเขียวอย่างนี้!...คุณ! ลูกไปโดนอะไรมา!” รอยเขียวช้ำที่ต้นแขนเล็ก เพราะผิวที่ขาวจัดทำให้เห็นรอยเขียวชัดเจน หัวใจผู้ซินตกวาบทั้งทีไม่รู้ว่าลูกไปเล่นซนหรือทำอะไรมา แล้วทำไมป่ะป๊าถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย โดนขนาดนี้จะไม่ร้องเป็นไปไม่ได้
“น้า ริง ทำงี้ ทำ นิงจา เจบบ ฮึก” นัทใจหายวาบ...กับคำบอกเล่าพร้อมทำท่าประกอบของลูกชาย...ไพริน..
“ใคร!..” เสียงหวานเหวขึ้น จะใครก็แล้วแต่ที่ฟังไม่ได้ศัพท์แต่รู้ว่าท่าทางที่เจ้าตัวเล็กแสดงออกมันเป็นการทำร้ายร่างกายกันชัด ๆ น้ำตาแห่งความสงสารลูกน้อยวิ่งริ้วขึ้นมา
“ใครคุณ!” แค่เห็นท่าทางที่จงใจฟ้อง ก็แทบอยากจะร้องแทนลูก ปากเล็กพร่ำบอกพร้อมกับใช้นิ้วป้อม ๆ นั่นหนีบเนื้อและหยิกม๊ะม๊าไปด้วย เหมือนให้รู้ว่ามีคนทำอย่างนี้กับตัวเอง ทำให้ตัวเองเจ็บ
“ไพริน..” แทบไม่อยากเชื่อ ว่าผู้หญิงคนนั้นจะกล้าทำร้ายลูกของเขา ทั้งที่เห็นว่าเข้ามาหา คิดว่าแค่จับ มิน่านินจาถึงได้กรีดร้อง และไล่ให้ออกไป...
“ผมขอโทษ! เขาเอางานมาให้เซ็นต์ ผมไม่คิดว่า”
“ฮึก! ซินไม่รับรู้...แต่ถ้ามาทำให้ลูกซินเจ็บอีก ซินจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ไม่ว่าใครก็ตาม!!...” เหมือนพยามกลืนก้อนสะอื้นที่ตีขึ้นมา ทั้งสงสารลูกทั้งโกรธสามี และชังผู้หญิงใจดำคนนั้น ถึงจะไม่อยากจะปักใจเชื่อเด็ก แต่เขาเลี้ยงนินจามากับมือ แต่รอยช้ำที่เป็นหลักฐานก็ทำให้คิดเป็นอื่นไม่ได้
*************************************
ว่าจะแต่งต่อให้เสร็จ แต่มีงานด่วนเข้ามาเลย เอามาลงกันแค่นี้ก่อน ต้องขอโทษที่ปล่อยให้ค้าง แต่ได้อ่านตอนต่อที่เหลือ แน่นอน ...^^ ไม่รู้จะชอบกันไหมแต่ก็เต็มที่แล้วจ้า...ขอบคุณที่รออ่านเน้อ ถ้าใครไม่ชอบหรือผิดหวังก็ขอโทษด้วย ไม่คิดว่างานจะเข้าวันนี้ แอบเซ็งเหมือนกัน --^--
edit @ 14 Feb 2012 22:27:59 by Sincere-over