เจ็บนะ...Story on valentine'day...

posted on 14 Feb 2012 21:56 by sincere-over

Story on Valentine’s day


          

        

Fic Mpreg   Nut x sin  เนื้อหาทั้งหมดล้วนมาจากจินตนาการทั้งสิ้น ไม่มีเหตุการณ์ใดเป็นเรื่องจริง และไม่มีเจตนาบิดเบือนภาพลักษณ์ของศิลปิน...

ใครที่ยังไม่ได้อ่านตอนแรกเลย ลองดูค่ะ   http://writer.dek-d.com/sincere-over/story/viewlongc.php?id=746935&chapter=12  

 

        “นินจา ทานข้าวก่อนลูก”

            “......................”

        “นินจา...กินหน่อยเถอะเนอะ งั้นป่ะป๊าไม่รักหนูนะ”

            “.......(-*-)...........”

            “โธ่ นินจาป่ะป๊าขอโทษ จะให้ป๊าทำยังไงล่ะลูก”

                       

            ย้อนกลับไปเมื่อ 30 นาที ที่แล้ว.....

        ร่างหนา นอนเล่นอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวน วันนี้วันเสาร์ ไม่ต้องไปทำงาน เลยรับอาสาดูแสเจ้าตัวกลมนี่เอง เพราะซินต้องไปต่างจังหวัดกับครอบครัวเย็นนี้ถึงจะกลับ...จะเอานินจาไปด้วยก็ลำบากนั่งรถเปล่า ๆ เขาก็เลยต้องอยู่ดูแลแทนเพราะเห็นว่าไม่ได้ไปทำงาน แต่ใครจะรู้ว่าการเลี้ยงเจ้าลูกชายที่เห็นซินทำอยู่ทุกวันมันก็ไม่ใช่ว่าง่ายเลย....

            “คุณนัทคะ มีคนมาขอพบค่ะ เห็นว่านัดคุณไว้”

            “อ๋อ ครับ”  ไม่ได้ไปทำงานก็ไม่ได้หมายความว่า..จะไม่ต้องทำงาน เพราะเอกสารด่วนหลายตัวที่รอลายเซ็นอนุมัติ..... แต่ว่าเรื่องก็เกิดจนได้

            “คุณนัทคะ สวัสดีค่ะ”

            “สวัสดีครับ...เอ่อทำไมถึง”  ร่างสูงรับไหว้ทั้งที่อุ้มเจ้าลูกชายอยู่... คิดว่าเป็นเลขาสาวที่คุ้นเคยกันดี แต่ทำไมถึงกลายเป็นอีกคนไปได้

            “คุณเลขาไม่ว่าง...พอดีเห็นว่าเกี่ยวกับที่รินดูแลก็เลยอาสามาให้น่ะค่ะ” ไพลินลูกสาวหุ้นส่วนที่ตอนนี้ผันตัวเองเข้ามาทำงานเป็นผู้ช่วยเลขาของเขาอีกที....

            “สวัสจ๊ะนินจา จำน้าได้ไหมลูก” 

            “...........”  ทักทายเจ้าหนูที่อยู่ในอ้อมกอดของคุณพ่อสุดหล่อ...บอกตรงๆ ว่าถึงจะมีภรรยาแล้วแต่หล่อและรวยขนาดนี้ หล่อนก็ยอมได้ทุกข้อ....วันนี้ก็อุตส่าห์ไปเสนอเป็นธุระให้แม่เลขาเรื่องมากนั่น ดีที่เป็นวันวาเลนไทน์คงอยากจะไปกุ๊กกิ๊กกับแฟนอยู่ ช่างโชคดีที่มารู้ว่าก้างชิ้นใหญ่ไม่อยู่บ้าน

            “ว่าไงลูก จำได้ไหมครับ”

            “...............”  ไพริน เริ่มหน้าเสียเพราะเจ้าเด็กหน้าตาจิ้มลิ้มนี่ นอกจากจะไม่สนใจเธอแล้วยังไม่หันขึ้นมามองด้วยซ้ำ

            “เอ่อ แกพึ่งตื่นน่ะครับ คงอารมณ์ไม่ดี”

            “ป่ะป๊า ม่ะม๊าล่ะ”  

            “เชิญด้านในครับ......เดี๋ยวม่ะม๊าก็กลับแล้วลูก อยู่กับป่ะป๊า ดูป่ะป๊าทำงานดีกว่าเนอะ”  บอกหญิงสาวที่ยืนทำหน้าเก้อ เพราะเจ้าตัวดีไม่ยอมคุยด้วย ปกติไม่ใช่อย่างนี้ ใครทักก็จะยิ้มเกลื่อนกราดไปหมด...แต่ทำไมถึงจะเงียบขึ้นมาดื้อ ๆ

            “ทำงาน ทามไม..ม่ะม๊าบอกว่าป่ะป๊าไม่ล่ายทำงาน นี่ฮาบ”...  นั่นไง สงสัยจะถ่ายทอดตามกระแสเลือด เพราะเขาก็ไม่ได้บอกซินว่าจะมีงานมาถึงบ้าน...แล้วเขาจะตอบลูกชายยังไง

            “คืองานด่วนมากเลยค่ะ ถ้าป่ะป๊าไม่ทำก็ไม่มีเงินซื้อขนมให้นินจากินนะคะ”

            “ทำไมฮับ ป่ะป๊า นิงจาถามเนี่ยย”  เอ่อ...มองดูหญิงสาวตรงหน้าที่ทำหน้าเหวอที่ถูกเมิน ทั้งที่นั่งเก้าอี้ตรงข้ามอุตส่าห์ก้มตัวมาหานู๋นินจาที่อยู่บนตักเขาแล้วแท้ๆ....แต่เจ้าตัวอวบนี่ก็ยังจะมาถามย้ำเขาอีก

            “ป่ะป๊ามีงานด่วนลูก...นินจาไปเล่นกับพี่ฝ้ายก่อนไหม”

            “ด่วนก่า นิงจาเหรอฮับป่ะป๊า”.... ตั้งใจจะถามอะไร ด่วนกว่านินจา  คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันกับคำถามงง ๆ ของลูกชาย...

            “ด่วนที่สุดเลยลูก”

            “ด่วนก่า มะม๊าเหรอฮับ”  ยังไม่จบ คำถามแรกก็ยังงงอยู่ แล้วมาเจอ ....ด่วนกว่าม่ะม๊าอีก แล้วมันด่วนยังไงล่ะเจ้าลูกชาย...

            “เฮ่อ!..นินจาขอเวลาป่ะป๊าทำงานแป๊บได้ไหมลูก นะครับเด็กดี...นินจา..เฮ่อ~”  ก้มมองเจ้าหนูที่มือกำลังหมุนล้อรถโมเดล แต่ตาเงยจ้องตาเขาตาแป๋ว...เหมือนไม่เข้าใจที่เขาสื่อ

            “นินจารักป่ะป๊า ไหมลูก” 

            “รักแล้วต้องฟังที่ป่ะป๊าพูดนะครับ..นินจา..”  ตอนแรกที่ถามว่ารักไหมก็พยักหน้าซะดิบดี แต่พอเจอคำพูดที่สอง หัวกลมกลับสั่นจนกลัวว่าคอจะเคล็ด...หรือว่าเขากับซินจะเลี้ยงลูกเอาแต่ใจเกินไป

            “ป่ะป๊า ต้อนเล่นกับนิงจาซี่”  เอามือเช็ดน้ำลายที่ยืดออกจากปากเล็กนั่น พลางถอนหายใจหนัก เขาคงต้องรีบเซ็นต์งานให้เสร็จ ก่อนจะถูกกวนมากกว่านี้

            “นินจา!! ทำไมทำอย่างนี้!!”   โอย! อยากจะบ้าตาย มือเล็กที่ก่อนหน้านี้ยังจับของเล่นหมุนไปมาอยู่บนตักเขาดีๆ  แต่กลับยื่นมาดึงเอกสารพร้อมกับเหวี่ยงทิ้งไปด้านล่างโต๊ะทำงานตัวใหญ่ของเขา

            “ฮึก ! อึก แงงงงงง อืออออออ”  เอาแล้วไง งานเข้าจนได้ ....ทำไมวันนี้ถึงได้ดื้อกับเขาอย่างนี้นะ ปกติแค่ซนตามประสาเด็กแต่จะเข้าใจว่าต้องทำตัวยังไง....

            “ไม่มีพี่เลี้ยงเหรอคะ ให้มาเอาตัวออกไปเลยค่ะ”

            “เอ่อ...”  หันไปมองหญิงสาวที่ทำหน้าแสดงออกอย่างชัดเจนว่ารำคาญ

            “รินหมายถึง แกจะได้มีเพื่อนเล่นน่ะค่ะ”  เมื่อรู้ตัวว่าตัวเองแสดงออกมาเกินไป ก็รีบทำหน้ายิ้มแย้มปกติแล้วเดินเข้าไปหา  เจ้าตัวปัญหาที่แหกปากร้องอยู่บนตักเป้าหมายของหล่อนที่นานๆ  จะได้อยู่กันอย่างนี้

            “นินจา มาหาอามาลูก”

            “แอร๊รรรรรรรรรร!!!!!!!!!!!!”

            “นินจา! ทำไมเป็นอย่างนี้ลูก”  แค่โดนมือเรียวสวยสัมผัสที่แขนป้อม ก็กรี๊ดร้องขึ้นจนคนสวยสะดุ้งและรีบถอยกลับ

            “ฮึก ฮือออ ออด ปายยย งืออออ ปายยย งืออออ เจบ”  ลุกขึ้นอุ้มเจ้าลูกชายไว้ แขนอวบคล้องคอเขาไว้ แต่ก็ยังหลับหูหลับตาร้องไม่หยุด ...คงต้องทำอะไรซักอย่างไม่งั้นงานไม่เสร็จแน่ ๆ

            “คุณนัทคะ  คือริน แค่จะอุ้มแกน่ะค่ะ” รีบออกตัวเหมือนตัวเองทำความผิดอะไรไว้ หน้าสวยสลดลง เหมือนกับตัวเองผิดที่มาทำให้ลูกชายเจ้านายงอแง

            “ผมต้องขอโทษด้วยครับ รอซักครู่นะครับ เดี๋ยวผมมา”  มือหนาลูบหลังลูกชายที่ยังร้องเสียงดังและสะอื้นไม่หยุด...ก่อนจะเดินออกจากห้องทำงาน.. เขาเลี้ยงแค่วันนี้ยังรู้สึกว่ามันก็หนักพอสมควรแต่ซินกลับเลี้ยงมากตลอดระยะเวลา 2 ปี ไม่น่าเชื่อว่าซินจะทำได้ ทั้งที่ตัวก็เล็กกว่าเขา ไม่หนักแน่นเหมือนเขาด้วยซ้ำ...แต่เขาก็รู้ว่าเพราะอะไร....ก็เพราะรู้สึกเหมือนกันว่าถึงจะหนักหรือเหนื่อยแค่ไหนก็ทนได้ เพราะ..รัก..

            “นินจาฟังป่ะป๊านะลูก ป่ะป๊าต้องทำงาน สัญญาว่าแค่แป๊บเดียว แล้วจะรีบกลับมาเล่นกับหนู...ถ้านินจาไม่ยอมให้ป่ะป๊าทำงานก็จะไม่เสร็จนะครับ”

            “ออดปายยย งือออ ออกป๊ายยยย!!!!ฮือออ”  มองตามมือเล็กที่ยังชี้ไปที่ห้องทำงาน

            “น้ารินเขาต้องทำงานกับป่ะป๊า ไปไหนไม่ได้ลูก..”

            “เจบบ นิงจา อืออ ฮึก เจบบ ฮืออออออ”  มือเล็กปัดแขนตัวเองบริเวณที่ถูกไพลินจับ ....รังเกียจขนาดนี้เลยรึไง  ปกติใครจับก็ไม่เคยที่จะงอแงแท้ ๆ  

            “ฝ้าย พาเข้าไปในห้องก่อน แล้วผมจะขึ้นไปรับเอง”  หันไปหาสาวเช้าที่เดินเข้ามาพอดี หลังจากที่นั่งโอ๋กันบนโซฟาห้องนั่งเล่น แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล

            “คุณหนูขา ไปเล่นกับฝ้ายดีกว่าค่ะ”

            “นิงจา เจบบ ฮือออ! หาม่ะม๊า ม่ะม๊า !ฮือออออ งือออออออ!!”ยอมที่จะอ้าแขนให้สาวใช้ที่เคยอยู่ด้วยกันจนคุ้นเคยอุ้มขึ้น แต่ก็ยิ่งร้องเสียงดังพูดอะไรฟังไม่รู้เรื่อง ร้องหาคนที่ไม่อยู่ทั้งที่ทุกวันไม่เคยจะห่างกัน...แต่ทำไมวันนี้ตื่นเช้าขึ้นมาไม่เห็นเลย...ยังดีที่เจอป่ะป๊า แต่ตอนนี้ไม่สนใจแล้ว..

            นัทรีบเซนต์งานอย่างเร็วที่สุด ในใจก็ห่วงคนที่อยู่บนห้องจนกระวนกระวายใจ ถึงแม้ว่าหญิงสาวตรงหน้าจะชวนคุยหรือชักชวนไปไหน ตัดบทว่าจะคุยวันหลังและปฏิเสธคำชวนทุกอย่าง  พอลงหมึกเส้นสุดท้ายเสร็จก็รีบวางปากกาและลุกพรวดพราดขึ้น

            “รบกวนคุณรินต่อเลยนะครับ ผมขอตัว ขอโทษด้วยที่ไม่ได้อยู่รับรอง”

            “เอ่อ ค่ะ..”  รับปากอย่างเสียไม่ได้ ทั้งที่ในใจกลับอยากจะกรี๊ดร้องให้ลั่นบ้านหลังงามนี้ให้ได้

       

        มือใหญ่ค่อย ๆ บิดลูกบิดห้องนอนตัวเอง ก่อนจะคอ่ยๆ เปิดเข้าไป  เห็นลูกชายสุดที่รักนั่งเล่นลูกบิดอยู่บนเตียง หน้าเล็กเงยหน้ามามองเขาแป๊บนึงก่อนจะก้มลงอย่างเดิม ตากลมจ้องรูบิคในมือ

            ......โดนเมินจนได้…..

            “ว่าไงครับลูก...หิวไหมเอ่ย” มองนาฬิกาก็จะเกือบจะห้าโมงครึ่งแล้ว ได้เวลากินนมแล้ว หาเรื่องเข้าไปง้อดีกว่า…

            “นินจา กินนมดีกว่าเน้อ..”

            “...................”  

            “เดี๋ยวผมป้อนเอง...” พอดีกับที่สาวใช้เดินเข้าออกมาจากห้องเล็ก ๆ ที่เชื่อมต่อกับห้องนอนใหญ่ ที่เอาไว้สำหรับเตรียมนมและเก็บของใช้ที่จำเป็นต้องใช้ตลอด...มือใหญ่เอื้อมไปรับขวดนมรูปหมีสีแดงมาไว้ในมือ ก่อนจะขึ้นไปนั่งบนเตียงข้างๆ  คนที่ทำเป็นไม่สนใจ ไม่รู้ไม่ชี้...

            “งั้นกินข้าวเนอะลูกเนอะ” พยักหน้าให้สาวใช้ ก่อนจะหันมามายิ้มให้คนที่ยังก้มหน้าก้มตา ไม่สนใจอยู่ดี

            “สนุกไหมลูก อยากเล่นด้วยจัง” 

            “.............”   ขี้งอน! ได้ใครเนี่ย...ถ้าแรก ๆ เลยจะสงสัย ....แต่อยู่กับซินนาน ๆ ก็รู้โดยไม่ต้องสอบว่าได้จากใคร

            “ว๊าวว น่าทานจัง มากินข้าวกันดีกว่าเน้ออ” 

            “.................”  ยังเฉย...

            “นินจา..”  ปกติเห็นของกินต้องเดินเตาะแตะมาหา หรือไม่ก็ยิ้มหวานให้เดินเข้าไปหา แต่ทำไมคราวนี้ไม่สนใจซักนิด...นี่โกรธป๊ะป๊ามากขนาดนี้เลยเหรอเจ้าลูกชาย

            “นินจา ทานข้าวก่อนลูก”

            “......................”

        “นินจา...กินหน่อยเถอะเนอะ งั้นป่ะป๊าไม่รักหนูนะ”

            “.......(-*-)...........”

            “โธ่ นินจาป่ะป๊าขอโทษ จะให้ป๊าทำยังไงล่ะลูก”

             “ (  - -)....โตระฉับหาม่ะม๊า มะหานิงจา เดี๋ยวนี้!”  ลูกบังเกิดเกล้า...บทจะเผด็จการและเอาแต่ใจ ก็ไม่รู้ว่าได้จากใครมา ซินก็ไม่ได้เอาแต่ใจขนาดนี้ (รึเปล่า) แต่ทำเอาผู้บริหารอย่างเขาต้องคิดหนัก...คำสั่งที่ออกจากปากแดงเล็กนั่น ไม่ได้ประกาศิตแต่ก็ต้องรีบคว้ามือถือขึ้นมากด โดยมีสายตาเล็กนั่นจ้องเขม็งจับผิดนั่นมองอยู่...

            “ฮัลโหล ซินเหรอ”  รีบพูดหลังจากได้ยินเสียงกดรับ ทั้งที่คนปลายสายยังไม่พูดอะไรด้วยซ้ำ จะว่าไปเขาเองก็คิดถึงภรรยาคนสวยพอ ๆ กับลูกชายนั่นแหละ

            “ซินเอง คุณมีอะไรรึเปล่า”  รู้สึกชื่นใจขึ้นเมื่อได้ยินเสียงหวานๆ  หันไปมองหน้าจิ้มลิ้มที่ยังมองเขาไม่วางตา โถ! ถ้าจะจับผิดป่ะป๊าขนาดนั้น...

            “ทำอะไรอยู่... เอ่อ คือ... ถึงไหนแล้ว.....  จะกลับหรือยัง คือเอ่อ คิดถึงครับ”

            “.................”

            “ซิน..”  ปลายสายเงียบไปหรือสายหลุด...

            “คิดถึงเหมือนกัน กำลังจะถึงบ้านแล้ว ออกมารับซินได้ไหม อยากเจอคุณกับลูกมาก ๆ เลย”  ปากหนายิ้มกว้างจนแทบจะถึงหู  

            “ครับ..” กดวางโทรศัพท์ก่อนจะหันไปยิ้มกว้างให้เจ้าตัวกลมที่มองเขาอยู่

            “ไปรับม่ะม๊ากัน ไปไหมครับ หายโกรธป่ะป๊ายัง ดูสิป่ะป๊าโทรตามม่ะม๊าแล้ว”

            “ไปรับม่ะม๊า”  ได้ยินว่าจะไปรับม่ะม๊ารีบยันตัวเองลุกขึ้น แล้วเดินเตาะแตะาหาเขาที่ปลายเตียง ปากเล็กแยกยิ้มน่ารัก แหม่ะแล้วทีกับเขาล่ะไม่สนใจมันน่าน้อยใจนัก แต่ยังไงก็รีบดีกันไว้ดีกว่า

            “หอมแก้มป๊าก่อน”

            “ฟอดด!! ไปหาม่ะม๊า” รีบก้มหน้าหอมอย่างเร็ว ก่อนจะเข้าหาอ้อมกอดกว้าง แล้วชี้ไม้ชี้มือออกนอกห้อง

            “ครับ ๆ”

           

            ร่างสูงอุ้มเด็กชายจ้ำม้ำไปอ้อมแขนยืนอยู่หน้าบ้าน หน้าหล่อชะเง้อมองภรรยาที่บอกว่าจะมาถึงแล้วแต่ก็ยังไม่เห็น มองเจ้าตัวเล็กที่ถือขวดนมในมือยกดูดเองอย่างไม่เกี่ยงงอน ที่แท้ก็หิวล่ะน่า เล่นตัวไปงั้น...ก้มหอมแก้มลูกชายฟอดใหญ่ด้วยความหมั่นไส้ แค่ไม่เห็นหน้ากันวันหยุดที่ปกติต้องอยู่ด้วยกันทั้งวันก็รู้สึกเหมือนขาดอะไรไป แค่มายืนรอก็รู้สึกตื่นเต้น ที่จะได้เจอหน้าซิน...ต้องยอมรับว่าตั้งแต่มีซินและนินจาเข้ามาในชีวิต อะไรหลาย ๆ อย่างของเขาเปลี่ยนไปรวมทั้งนิสัยขรึมๆ และจริงจังกับอะไรเกินเหตุด้วย...

            “มาแล้ว...ม่ะม๊ามาแล้ว”

            “มาแล้วววว”  พูดตามป่ะป๊า ยกขวดนมออกจากปากอุ้มไว้ในแขนป้อม... หน้าเล็กยิ้มแป้นมองรถคันสวยที่วิ่งเข้ามา

            “ม่ะม๊าฮับบ!!!!!!!!เอิ๊ก ๆ”  ขาเรียวก้าวลงจากรถมองลูกชายที่ตะโกนเรียกแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊ากมาให้...คิดถึงจัง...ไม่เคยห่างกันนานขนาดนี้...รถที่คนขับรถที่บ้านมาส่งขับเคลื่อนออกไปจากบ้านช้า ๆ

            “ว่าไงครับ คิดถึงม่ะม๊าไหม” รับลูกชายที่ชูไม้ชูมือให้อุ้ม อุ้มทีก็ถึงกับเซ

            “คิกถึงฮับบ”

        “คิดถึงเหมือนกันครับ”

        “คุณหนิ!”  หน้าสวยขึ้นสีน่ามอง ก็จมูกโด่งที่ก้มมาหอมแก้มลูกชาย จงใจเผื่อแผ่ไปหาแก้มนุ่ม ๆ ของซินพร้อมกับสูดเข้าปอดฟอดใหญ่ ให้สมกับที่ให้รอ...

            “อยู่กับป่ะป๊าเป็นไงมั่ง” ต้องให้ร่างสูงอุ้มเหมือนเดิม เพราะรู้สึกเพลีย ๆ  วันนี้นั่งรถก็รู้สึกไม่ดีเท่าไหร่

            “ฮึก ๆ งือ เจบบ นิงจาเจ็บ”  อ้าว แล้วไหงอยู่ ๆ ถึงเบะปากจะร้องล่ะ….ก่อนหน้านี้ยังร่าเริงอยู่แท้

            “เป็นอะไรลุก เจ็บอะไร!”  .....อ้อเจ็บหรอกเหรอ นัทถึงกับถึงบางอ้อ กับคำพูดที่ได้ยินก่อนหน้านั้น

            “ลูกเป็นอะไรคุณ...!”  นัทรีบเดินพาลูกชายไปยืนบนโซฟา เจ้าตัวอวบยังทำหน้าเบะจะร้องไห้อยู่..

            “นินจาเจ็บตรงไหนลูก...” ร่างสูงย่อตัวลงนั่งให้เสมอกับลูกชาย ก่อนจะเอ่ยปากถาม....

            “เจบบบ  ฮึก นิงจาเจบ”  มือเล็กลูบต้นแขนที่เดิม  นัทเริ่มเอะใจ เพราะเห็นลูบคราวที่แล้วเขาก็เข้าใจว่าปัดรอยที่ไพรินจับออก

            “นินจา.... ทำไม” หน้าสวยชะงักพร้อมกับชักสีหน้าเมื่อเห็นอะไรบางอย่าง เพราะมองตามมือสามีที่จับมือลูกชายออก

            “ทำไมถึงเขียวอย่างนี้!...คุณ! ลูกไปโดนอะไรมา!”  รอยเขียวช้ำที่ต้นแขนเล็ก เพราะผิวที่ขาวจัดทำให้เห็นรอยเขียวชัดเจน หัวใจผู้ซินตกวาบทั้งทีไม่รู้ว่าลูกไปเล่นซนหรือทำอะไรมา แล้วทำไมป่ะป๊าถึงไม่รู้เรื่องอะไรเลย โดนขนาดนี้จะไม่ร้องเป็นไปไม่ได้

            “น้า ริง ทำงี้ ทำ นิงจา เจบบ ฮึก”  นัทใจหายวาบ...กับคำบอกเล่าพร้อมทำท่าประกอบของลูกชาย...ไพริน..

            “ใคร!..”  เสียงหวานเหวขึ้น จะใครก็แล้วแต่ที่ฟังไม่ได้ศัพท์แต่รู้ว่าท่าทางที่เจ้าตัวเล็กแสดงออกมันเป็นการทำร้ายร่างกายกันชัด ๆ น้ำตาแห่งความสงสารลูกน้อยวิ่งริ้วขึ้นมา

            “ใครคุณ!” แค่เห็นท่าทางที่จงใจฟ้อง ก็แทบอยากจะร้องแทนลูก ปากเล็กพร่ำบอกพร้อมกับใช้นิ้วป้อม ๆ นั่นหนีบเนื้อและหยิกม๊ะม๊าไปด้วย เหมือนให้รู้ว่ามีคนทำอย่างนี้กับตัวเอง ทำให้ตัวเองเจ็บ

            “ไพริน..”  แทบไม่อยากเชื่อ ว่าผู้หญิงคนนั้นจะกล้าทำร้ายลูกของเขา ทั้งที่เห็นว่าเข้ามาหา คิดว่าแค่จับ มิน่านินจาถึงได้กรีดร้อง และไล่ให้ออกไป...

            “ผมขอโทษ! เขาเอางานมาให้เซ็นต์ ผมไม่คิดว่า”

            “ฮึก! ซินไม่รับรู้...แต่ถ้ามาทำให้ลูกซินเจ็บอีก ซินจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ไม่ว่าใครก็ตาม!!...”  เหมือนพยามกลืนก้อนสะอื้นที่ตีขึ้นมา ทั้งสงสารลูกทั้งโกรธสามี และชังผู้หญิงใจดำคนนั้น ถึงจะไม่อยากจะปักใจเชื่อเด็ก แต่เขาเลี้ยงนินจามากับมือ แต่รอยช้ำที่เป็นหลักฐานก็ทำให้คิดเป็นอื่นไม่ได้

                                    *************************************

            ว่าจะแต่งต่อให้เสร็จ แต่มีงานด่วนเข้ามาเลย เอามาลงกันแค่นี้ก่อน ต้องขอโทษที่ปล่อยให้ค้าง แต่ได้อ่านตอนต่อที่เหลือ  แน่นอน ...^^ ไม่รู้จะชอบกันไหมแต่ก็เต็มที่แล้วจ้า...ขอบคุณที่รออ่านเน้อ ถ้าใครไม่ชอบหรือผิดหวังก็ขอโทษด้วย ไม่คิดว่างานจะเข้าวันนี้ แอบเซ็งเหมือนกัน  --^--

 

edit @ 14 Feb 2012 22:27:59 by Sincere-over

Fic singular special part ( Friendly < Delicious )

posted on 06 Jan 2012 22:00 by sincere-over

Fic Nut x Sin  special part  (   Friendly < Delicious )

 

          บรรยากาศครึกครื้นภายในผับดังย่านคนกลางคืน แสงไฟวิบวับชวนมัวเมา กลิ่นเหล้า บุหรี่คละคลุ้ง ชวนให้ปอด และ ตับทำงานอย่างสามัคคีเพื่อก่อเกิดโรคร้าย วันนี้คนคึกคักเป็นพิเศษเพราะมีวงดนตรีชื่อดังมาเล่นสด ....อย่างวง Singular ที่มีนักร้องเสนห์แรง และมือกีตาร์เท่ห์ลากตับอ่อนอย่างผม ??

 

                “เอา โชนน” เสียงที่เฮฮาดังขึ้นที่ห้องสต๊าฟหลังร้าน  แขนยาว ๆ ของใครหลายคนพร้อมใจกันยกทั้งแก้วเหล้าแก้วเบียร์ขึ้นกระทบกันดัง โค้งเคล้ง ก่อนที่จะยกกระดกลงคออย่างชื่นฉ่ำ...รวมทั้งผมด้วย

 

                “แมร่งวันนี้โคตรมันส์ ..เฮ๊ย ซิน ไมไม่กินวะ”

 

                “ไม่อยาก”  เสียงใสแพร่มขึ้นหลังจากที่ได้ยินคำถามจากแบล็คอัพ…ท่าทางเชิด ๆ นั่นมันน่าตบหัวให้หายหมั่นไส้ซักที...แต่ก็ไม่กล้าหรอกคร๊าบบ

 

                “อุแหม่ ตอบได้วอนโดน..แล้วอยากไรคร๊าบ”  เป็น พีอาร์ หนุ่มน่าลูบไข่ที่ถามขึ้น สนิทพอสมควรถึงจะกล้าถามคำถามนี้กับนักร้องคนสวยได้….มิฉะนั้นคุณอาจจะโดดสายตาจิก  หนังหัวถลอกได้...

 

                “บอกไม่ได้...เอาไว้ได้กินแล้วจะบอกว่า..กินอะไรไป”  หน้าหวานเงยขึ้นมาตอบหลังจากที่เอาแต่จ้องหน้าจอไอโฟน  ตากลมเชื่อมทอดมองมาที่.....ผม.....ปากบางยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์  เย้ย! ~ อย่ามองตาได้ไหม ถ้าเธอไม่แคร์ ~ ไม่ช๊ายย!...จะมองกุอย่างนั้นทำม๊ายย....ไม่เข้าใจ๊

 

                “อย่าบอกนะว่า...อยากกินแก้วเดียวกับไอ้นัทอีก เบา ๆ ครับคุณนักร้อง แค่นี้ข่าวพวกคุณก็ดังกว่าเพลงแล้วครับ”  ซินหัวเราะในลำคอ แล้วตาหวาน ๆ โดยที่ยังไม่แตะแอลกอฮอล์นั่นก็มองมาที่ผมอีก..หรือจะอยากกินแก้วเดียวกันจริง ๆ

 

                “ก็นะ... กินแก้วไหนก็คงไม่เท่าแก้วที่อยากกินตอนนี้หรอก”  คำตอบท่ามกลางความมึนเมาของคนอื่น…แต่ผมยังไม่เมาครับ...  มันจะมาไม้ไหน...ช่วงนี้มันแปลก ๆ รู้สึกจะอ้อนผมมากขึ้นกว่าแต่ก่อน...และที่สำคัญมักจะมองผมแบบนี้บ่อย ๆ ....

 

          “กินเปล่าล่ะ เอา..”  หรือจะอยากกินจริง ๆ ฟระ.. แมร่งเรื่องมาก  บ่อยครั้งที่จะกินแก้วเดียวกัน แต่วันนี้ผมกินเหล้านะ ปกติซินจะไม่กิน อย่างมากก็เบียร์หรือไวน์ตามระดับของเซเลปผมยาวเขาล่ะ…

 

          “ !!..”   รู้สึกเหมือนไฟฟ้าช๊อต..... มันวิ่งจากหลังมือเข้าสู่หัวสมอง ก่อนจะไหลเข้าสู่หัวใจ ทำให้มันเต้นเร็วผิดปกติ..บ้าไปแล้ว..มันจะไม่มีอาการอย่างนี้  ถ้ามือบางที่ยื่นมารับแก้วจะไม่คว้าหมับเข้าที่มือผมที่จับแก้วอยู่ลูบผ่านเบา ๆ พร้อมดึงแก้วเหล้าออกจากมือ...จะว่าไปก็ถูกเนื้อต้องตัวกันบ่อย หรือผมจะเริ่มเมาแล้ว ไฟฟ้าเลยสถิตย์เยอะไปหน่อย....

 

                “รสชาติดีเนอะ..”  เลิกเถอะครับมึง ...บอกให้มันเลิกกินเถอะ ถ้ากินแล้วกุจะเป็นอย่างนี้ ...ปากบางจรดลงตรงที่ยังเป็นรอยปากผมอยู่เลย ค่อย ๆ กระดกเหล้ามียี่ห้อเข้าปาก ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาทำหน้าแอ๊บแบ๊วใส่ผม...

 

                “กินนัท เอ๊ย กินกับนัทมันก็งี้นี่เอง” .... หมดในทุกข้อความ.......เมื่อซินไม่พูดเปล่า มองหน้าผมแล้วแลบลิ้นเล็กนั่นเลียเหล้าที่ติดขอบปากตัวเองสองมือประคองแก้วเหล้าก่อนจะกระดกเหล้าเข้าปากจนหมดแก้ว.... นั่นเหล้านะเฮ้ย ไม่ใช่นมเย็น.....หน้าผมตอนนี้คงตลกพอสมควร...อ้าปากหวอ ...หัวสมองประมวลผลสิ่งที่ไม่ถูกไม่ควร...จะมีใครสังเกตเหมือนผมบ้างเนี่ย ว่านักร้องของวงเปลี่ยนไป....และดูเหมือนราวกับว่า....กำลัง.....ยั่วววผ๊มมม...

 

 

 

                ต้องหิ้วปีกกันขึ้นรถหลายคน แต่ผมสติยังครบถ้วน จะไม่ครบได้ไง ไม่งั้นใครจะหิ้วพ่อหนุ่มผมยาวที่ฟุบหน้ากับโต๊ะนี่ขึ้นรถล่ะ...เอายังไงดี...ส่งกลับบ้าน ป๊ากับม๊ามันได้ช็อคสิ ลูกชายสุดที่รักเมาเยี่ยง.....อย่างนี้

 

                “ฮ่า ๆๆๆ  ไหน ใครจะโชนน อีกก มา”

 

                “พอแล้ว.. จะชนอีกอะไร กลับ ๆ.... มาเร็ว เขาขึ้นรถกันหมดแล้ว เดี๋ยวกูก็ทิ้งไว้นี่ เอาไหม” ต้องหิ้วแขนเล็กนั่นขึ้นพาดคอ ....  อย่าทำให้กุหนักนะ จะทิ้งไว้แถวนี้ให้แฟนคลับมันมาตามเก็บเอา...

 

                “ไมเล่า...เราไม่โชนกานเหรอ”  แมร่ง เมาแล้วพูดไม่รู้เรื่อง...แต่...มือ มือ เอาออกจากหน้าอกกุเดี๋ยวนี้...ต้องใช้แขนโอบมันไว้ข้างเดียว อีกข้างต้องรีบตะปบมือเล็กที่กำลังไล้บริเวณหน้าอกผมอยู่ และกำลังจะปลดกระดุมอยู่มะรอมมะร่ออยู่แล้ว....ไอ้บ้า!! ถ้าเป็นอย่างนี้อย่าหวังจะได้แตะเหล้าอีก...เพราะไม่อยากนึกว่าถ้าไม่ใช่ผม มันจะเป็นยังไง...

 

                “ซิน ขึ้นบ้าน”

 

                “ขึ้นบ้านน ขึ้นบ้าน คิก ๆ  ตะโหลก ม่ะ ม่ะ อู้มม”  แขนเล็กชูออกมานอกตัวรถหาผมที่ยืนค้ำประตูรถแต่ มันบอกว่าอะไรนะ........อะไรอูม ๆ

 

                “มา ขึ้นบ้านคืนนี้นอนนี่แหละ เดี๋ยวโทรบอกม๊าให้”  ไม่ได้สนใจว่ามันพูดอะไร ดึงแขนที่ชี้โด่เด่ออกมาแต่ -- --* 

 

                “อู้มม งายย เล่า อ้ายบ้า!”  ถ้าจะผลักกุขนาดนี้มีแรงกระโดดถีบเลยดีกว่า....อุ้มบ้าอุ้มบออะไรเล่า!! คิดว่าตัวเองเป็นสาวน้อยบอบบางนักหรือไง...ถึงจะเหมือน ๆ ก็เถอะ.... แต่มันไม่ช่ายยย...เท้าสะเอวมองคนที่เอาหัวพาดขอบประตู มือยังไขว่คว้าหาผมอยู่ไหว ๆ ทั้งที่เมื่อกี้ผลักออกมาซะสุดแรง   ฮึ่ย! จะเอายังไงกับมันดี หรือจะถ่ายคลิป แล้วอัดแผ่นขายเอาเงินไปซื้อกีตาร์ใหม่ซักตัว...แต่ถ้าทำจริง ๆ ผมได้โดนสายไมค์รัดคอแขวนกับต้นบักเขียบตายแน่ ๆ               

 

          “ซิน จะเอาไงเนี่ย..มาเร็ว...แมร่งรู้ว่าคออ่อนยังจะล่อเข้าไปซะแปล้เชียว”

 

                “ห๊ะ อึ๊ก! ล่ออเข้าปายย ล่อ ๆ ฮ่า ๆๆๆ”  เอาเข้าไป มันเข้าใจอะไรไหมเนี่ย แล้วไอ้ล่อของมันนี่มันความหมายเดียวกับผมรึเปล่าล่ะเนี่ย เฮ่อ!! เอาวะ อุ้มก็อุ้มไม่งั้นคืนนี้ไม่ได้นอนแน่...หน้าหวาน ๆ อมชมพูอ่อน ๆ ปากหัวเราะทั้งที่ตาจะปิดอยู่แล้ว......ฮึ่ม ถ้าไม่คบกันมานาน ผมต้อง.......ไม่ ไม่ ไม่เด็ดขาด  สับปะดี้ สับปะดน สัปประรด( อันนี้ไม่เกี่ยว ).... ผมน่ะแมนร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีทางจะคิดอะไรอย่างนี้แน่น ๆ.....

 

                “มา มา เกาะคอ”  ถ้าไม่ติดว่าต้องทำมาหากินร่วมกันนะ จะให้นอนกับไอ้บอสซ่าซะให้เข็ด กินอะไรไม่ประมาณตัวเอง....ผมดึงแขนมันลุกขึ้น ก่อนร่างเล็กนั่นจะเซมาใส่ตัวผม...แล้วกุจะทำยังไงต่อไป ในเมื่อตัวผมกับตัวมันก็โตกว่ากันไม่เท่าไหร่..

 

                “ซิน ไม่ไหวว่ะ เดินเองได้ไหมวะ”

 

                “ม่ายยย! ฮึ ๆๆ  อู้มดิ เร็ววว!”

 

                “เฮ๊ย !! เออ ๆๆ เดี๋ยวๆ”   ... เออ!  เร็วก็เร็ว  ไม่ทันใจมันสิ  แมร่งเอาแขนคล้องคอผมได้ ก็ยกขาตัวเองทั้งสองข้างขึ้นโหน  เหนี่ยวคอผมแทบหัก คิดว่าตัวเองเป็นเด็ก 3 ขวบไง เกิดมาชีวิตนี้ไม่มีน้องมีนุ่ง ก็พึ่งจะเคยอุ้มใครก็มันนี่แหละ โธ่ ! ชีวิตโชติวุฒิ ต้องเป็นสาว ๆ สิโว้ย...ไม่ใช่แค่เหมือนแล้วกุจะยอมมึงเหมือนยอมสาว ๆ นะเฟร้ย!...แต่...

 

          “มาขึ้นมา..”  กุก็ต้องยอมมันตลอด....อุ้มคงไม่รอด ขี่หลังแล้วกัน พูดเสร็จก็ย่อตัวให้มันเกาะหลัง...ร่างบาง ๆ นั่นตะเกียกตะกายขึ้นหลังผมพร้อมกับทิ้งน้ำหนักลงจนผมแทบจะหน้าคว่ำ ....ถ้ามึงไม่ใช่ ซิน ซิงกุลาร์ นะอย่าหวัง........แล้ว .......ซิน ซิงกุล่าร์ ....แล้วไงวะ ..... ชายโชอย่างผมต้องสาว ๆ  ขาว  ๆ  สวย ๆ หมวย ๆ อึ๋มไม่อึ๋มต้องดูอารมณ์กันอีกที

 

                “อึ๊บ นิ่ง ๆ นะเว้ย ไม่งั้น จับโยนลงแน่” ขู่มันหน่อย รู้เรื่องรึเปล่าไม่รู้ แต่ถือว่าบอกแล้ว ถ้าดิ้นเมื่อไหร่พ่อปล่อยมือแน่....

 

                “นาทท  เนี่ยย ๆ  หอมม จัง คิก ๆ ขอ  ไซร้ หน่อยย”   ชิปแมร่ง! แทบจะทุ่มมันลงตรงนี้ ๆ  หอม เหอม อะไร๊  พูดเฉย ๆ  ไม่ว่า ยังมาทำจมูก ฟุด ฟิด ฟุด ฟิด ที่ต้นคอผม ทำเอาต้องย่นคอ ขนลุกไปทั้งตัว...แล้วน้ำหอมเนี่ยมันก็ซื้อให้ผม จะมาขอใช้อะไร อยากใช้ก็ซื้อเองสิโว้ย  กุยังไม่รู้เลยน้ำหอมยี่ห้อนี้ซื้อที่ไหน...

 

                “นิ่ง ๆ ได้ไหมซิน มันจะตก! ไม่งั้นจะให้เดินขึ้นบ้านเอง  เดินไม่ไหวก็นอนกับไอ้บอสซ่าแล้วกัน”  ฟังกุรู้เรื่องหน่อยเท้อ...  ถ้ามันทำอย่างนี้อีก กลัวจะเผลอปล่อยให้กลิ้งตกบันไดซะก่อน

 

                “อืม ๆ  ก็ด้ายย เรื่องมากก”  ซะงั้น...ทำคุณบูชาบาปจริงๆ  ทำไม ทำไม  !

 

                ผมฟันฝ่าอุปสรรคจากประตูบานแรก จนขึ้นบันได  เปิดประตูห้อง โดยที่มีนางอายเกาะหลังผมอยู่ตลอดเว  ป๊าม๊าผมนอนกันหมดแล้ว คงไม่คิดหลอกว่าลูกชายเอาภาระกับบ้านมาด้วย...ก็ยังดีที่มันยอมนิ่ง เอาหน้าซบหลังผมอย่างสงบ...หรือมันจะหลับแล้ว 

 

                “ซิน ถึงห้องแล้ว เอาลง เร็ว กุอยากอาบน้ำจะแย่”

 

                “อาบด้วยย  ป่ะ อาบน้ามกาน อึ๊ก”  เว้ยยย!!  จะมาอาบด้วยได้ยังง๊ายย   อุแหม่ !

 

                “ไปนอน ๆ ไม่ต้องอาบก็ได้ ไป ๆ “  ยอมนอนกับนักร้องซกมกซักคืนแล้วกัน  มิฉะนั้นจะลำบากผมนี่แหละ เผื่อมันอยากจะตีโพยตีพายอยากอาบน้ำด้วยกันให้ได้  ผมจิไม่ต้องอุ้มมันไปอาบหรอกเหรอค๊าบบ ไม่มีทางเด็ด ๆ 

 

               

                “เฮ่อ! “    เผื่อจะเสร็จภารกิจส่วนตัว ก็ปาเกือบตีสี่ ออกมาก็เห็นซินนอนแผ่สองสตางค์อยู่บนเตียง ดีนะที่ยังอุตส่าห์เหลือที่ให้ผมนอน  ยอมรับว่าเป็นเพื่อนกันมา 4 ปี แม้จะเคยนอนห้องเดียวกันในโรงแรม แต่ก็ไม่เคยเปิดเผยอะไรกันมากยิ่งตัวมัน หวงเนื้อหวงตัวยังกะอะไร ผ้าเช็ดตัวยังไม่เคยใส่ให้เห็นด้วยซ้ำ ...แตะเนื้อต้องตัวกันมากที่สุดก็แค่กอดกันตอนแสดงความดีใจ หรือไม่ก็สัมผัสกันนิดหน่อยตามประสาเพื่อน จะมาอ้งมาอุ้มอย่างนี้ ไม่มี๊ไม่มี  เพราะทุกทีซินจะกินแบบมีสติ กลับบ้านได้....หรือมันจะเครียดช่วงเพลงใหม่จะออกวะ...ช่างแมร่ง นอนดีกว่า...หลังจากนั่งวิจารณ์ ไอ้คนที่นอนแอ้งแม้งบนเตียงในใจเสร็จ ก็ตบหมอน อีกลูกเตรียมตัว

 

                “เย้ย! ซิ๊นน” ........ เย้ดดดดดดดด  อาร๊ายยยยก๊านนน

 

                “ร้อนนน อื้ออ”  ร้อน!!  เออ ๆ  ร้อน .. แล้ว.....จะเอามือกุไปลูบหน้าอกมึงทำม๊ายย.....จะดึงมือตัวเองกลับก็ไม่ได้ เมื่อมันไม่ยอมปล่อย  ร้อนสิครับงานนี้ ผมเนี่ยแหละร้อน  เล่นจับมือผมไล้เข้าไปในปกเสื้อตัวเอง แถมยังจับฝ่ามือผมไถไปมาบริเวณหน้าอกตัวเองด้วย ....ก็นุ่ม เนียนดี. ..ไม่ช่ายย! มันไม่ถูกต้อง 

 

                “ซินปล่อย! ร้อนก็ไปอาบน้ำ ซิน!”  ยัง ๆ ...ยังไม่ปล่อย  กุจะทนไม่ไหวแล้วนะโว้ย!!! (??)

 

                “ร้อนนน....  ถอดเสื้ออ”  ป๊าด ป๊าด ป๊าด ติโท้วว!!!  พุทธโธ ทัมโม สังโฆ  นะโมจะแตก บ้าน่ะสิ ถอดอะร๊ายยย!!  … จะถอดก็ถอดเองสิเฟร้ยย!... จะจับมือกูไปปลดกระดุมให้เพื่ออออ....

 

          “อืมมม..อืออ”  ร้อนนน!!!!  หน้ากุเนี่ย ร้อนไปหมดแล้วววว  แล้ว.....ทำไมไม่ชักมือตัวเองหรอกละเว้ยย....ถึงจะถูกจับคู่กันมาตลอด แต่มันก็ไม่แนววนะเฟร้ยยยย!

 

          “เฮ๊ยย  ซิน  ซิน ใจเย็น ไปอาบน้ำไป”  ใจดีสู้ซินซะหน่อย  ไอ้หัวใจเนรคุณณณ !!!  มึงจะเต้นแรงทำพ่องมึงดิ๊ !!

 

          “ม่าย!! มันร้อนน!!”

 

                “.......!!!.....”  รู้แล้ว.....กุรู้แล้วววว!!!!  แอร๊ยยย ( ลืมตัว).....โว้ยยยย!!  มันเมาจริงเปล่าว อยู่ดี ๆ ก็พรวดพราดลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะถอดเสื้อตัวเองออก อย่างเร็ว  ย้ำว่ารวดเร็ว...ยังไม่ทันได้เตรียมตัวเตรียมใจ ก็ได้ตาถ่างเบิ่ง เนื้อตัวบาง ๆ ขาว ๆ เนียน ๆ น่าลูบไล้ ชวนกำเดาไหล.. เว้ยย!! ไม่ใช่ ก็ได้เห็นหุ่นขี้ก้าง ไร้ซิกแพ็ค  นั่น ๆๆ ยังมีหน้าหันมาส่งยิ้มให้อีก...

 

                “ค่อยยาง ชั่วว เนอะ! คิก ๆ”......ผมเหมือนคนที่เห็นมนุษย์ต่างดาวกำลังจะปีนขึ้นหน้าต่างห้องตัวเอง  ตาเบิกกว้าง ค้างนิ่ง ตาจ้องตัวโอโม้ โมเอ้ ที่กำลังนั่งเอียงตัวมายิ้มหวาน ทำหัวเอียงเล็ก ๆ...ก่อนจะที่จะถอนหายใจทำท่าเหมือนสบายซะเต็มประดา ตาผมจะไม่เบิ่งกว้างขนาดนี้ ถ้า ๆๆ มันจะไม่ใช้มือเล็ก ๆ ข้างขวานั่นขึ้นมา ลูบไล้ ร่างกายตัวเอง  ใช้แขนซ้ายเท้าตัวเองไว้  แหงนคอขึ้นก่อนจะคอ่ย ๆ ลูบตั้งแต่ลำคอลงมาที่หน้าท้องเนียน ๆ นั่น

 

                “เอื๊อก!”  มันจะเป็นเสียงอะไรอีกล่ะครับ ถ้าไม่ใช่....เสียงกลืนน้ำลายผมเอง...

 

                “เราะ ร้อน ก็ ปะ ไปอาบน้ำนะ นอนก่อน นะ”  อ๊ากก!!! พูดผิดพูดถูกเลยย!!...หัวใจจะวายยย  ไม่เคยเห็นน!... ไม่คิดว่าได้เห็นแล้วหัวใจจะทำงานหนักกับเพื่อนตัวเอง แล้วที่สำมะคัญยังกะซินด้วยยย!!!!  หยุดเต้น ๆๆๆ  ยุบหนอ พองหนอ ยุบหนอ เนียนหนอ  ขาวหนอ นุ่มหนอ   อ๊ากก!! นอน ๆๆๆ   นับแกะ นับแกะ 1 2 3 4 5

 

                “หึๆๆ  ....ปล่อยก่อนก็ได้...”

 

                “ฮะ!”  กูกุฝาด หรือกุหลอน  อะไรปล่อยผ่าน...หันไปดูก็เห็นไอ้ตัวต้นเหตุเดินขาปัดเข้าห้องน้ำไป แล้วคืนนี้ผมจะหลับม๊ายยยยยยยยยยย!!!!!!!!!!

 

                             ****************************

 

                         

          “เฮ๊ย นัท! ทำหน้าเหมือนเมื่อคืน นั่งเล่นป๊อกเด้ง ไม่ได้นอน”  พีอาร์ คนเก่งเดินเข้ามาตบหัวผม หน้าแทบทิ่ม  น่าจะกระโดดฟรีคลิกมาซะเลยท่าน จะได้สมใจ....

 

                “อืม นอนไม่ค่อยหลับอ่ะพี่”

 

          “ทำไมอ่ะ.....แอบไปตีท้ายครัวใครมาล่ะ”  --* ข้อสันนิษฐานชวนตายมาก

 

                “บ้าดิ..”  …กุจะมีหน้าไปบอกใครได้ยังไง ว่าสาเหตุเพราะไอ้คนที่นอนข้าง ๆ กันเมื่อคืน...มันยังไม่จบแค่นั้น อาบน้ำออกมา...ยังมีหน้ามานั่งให้ผมเช็ดผมให้แห้ง  ส่วนตัวมันก็กอดเอว... เอาหน้าซุกพุงผมที่ยืนอยู่หน้ามัน.. หลับอย่างสบายใจ หายใจรดหน้าท้องผมดังฟืด ๆ.... เลยตัดสินใจ เพราะทนไม่ไหว ( ?? )  ลากมันไปนอนทั้งที่ผมยังชื้นอยู่นั่นแหละ คงง่วงจัดเลยหลับไป ...ปล่อยให้ผมตาค้างกับสิ่งที่พึ่งประสบพบเจอ แมร่ง! ล่อซะขนลุกตั้งแต่ต้นคอยันขนตรูด จำไว้เลย คราวนี้ถ้าจะเมาผมจะโทรบอกให้ป๊ามันมานั่งเฝ้า

 

 

 

                วันนี้จะวันรวมตัวแห่งชาติรึไง... ศิลปินค่ายนี้จะมานัดรวมตัวกันโดยมิได้นัดหมาย.... หรือนี่จะเป็นวัน.. วิสันตโลกา ดูแต่ละคนแต่งตัวมาทำงานกับแต่งตัวออกงานกันคนละเรื่อง....ทำไมไม่เอาอย่างชายโช มาเฟียของแฟนคลับ ถึงแม้จะออกมาซื้อก๊วยเตี๋ยวหน้าปากซอยก็ต้องแว็นซ์รถ ใส่เสื้อผ้าเต็มยศ แว่นตาเทห์ ๆ ซักอัน..ทรงผมห้ามกระดิก..ใคร ๆ ก็เรียกผมว่า ผู้ชายเมโทร ฮ่า ๆๆๆ อย่าคิดว่าไม่ชอบ ผมออกจะปลื้มปลิ่ม

 

                “เอ๊า ไอ้นี่ท่าจะบ้า นั่งยิ้มคนเดียว นู่นไปโอ๋ดูโอ้นู่น มาแล้ว” ไม่รู้ว่ามันหายตัวไปตอนไหน ตื่นมาบ่าย 2 ก็ไม่เห็นหน้าเห็นผม...ว่าจะโทรหาอยู่ แต่คงไม่ต้องแล้ว...

 

                “...น้องซินน ทางนี้ นั่งกับพี่สิค๊าบบ  /  ซิน มากินขนมกับพี่  /  ซิน  / ” 

 

                “ ขอบคุณครับ.... เดี๋ยวซินไปนั่งกับนัท”

 

          “..................”      -- --“  ....ไม่ต้องก็ได้ .... ไปนั่งกับไอ้คนที่ชวนเห้อ ดูแต่ละคนมองกูยังกะจะแดกตับอยู่แล้ว...ไอ้นี่ก็จะยิ้มหวานไปไหน...เดินมาก็หันไปยิ้ม สายตานี่ทำจิกหัวใจพวกหน้าหม้อ ให้มองกันตาละห้อย...ก่อนจะมานั่งลงข้าง ๆ ผม ยกขาเรียวขึ้นไขว่ห้างอย่างที่เคยทำประจำ

 

                “  ….>/< …”  จะเอียงคอมองแล้วยิ้มให้กุทำม๊ายยย!! โห่ยย  ๆ พระบิดา พระบุตร พระบิด ช่วยลูกช้างหล่อ ๆ ด้วย ให้รอดพ้นจากความรู้สึกอันไม่พึงประสงค์นี้ด้วยเถิด อาบัติ เอ๊ย อาเมนน

 

                “เมื่อคืนหลับสบายเปล่า” สบายกับเตี่ยน่ะสิ...

 

                “อืม ก็ดี แล้วกลับไปตอนไหนล่ะ”  จะตอบมันอย่างนั้นก็จะเสียมิตร  ตอบแบบถนอมน้ำใจแล้วกัน..

 

                “อืม ตอนเช้าน่ะ กลับแท็กซี่...รู้สึกเหมือนจะไม่สบายอ่ะ..” 

 

                “เอ๊อ! คือ เดี๋ยวกุไปเอายามาให้”  บ้า ๆๆ ไปแล้ว..ผมต้องบ้าแน่ ๆ แค่มันบอกไม่สบายแล้วจับมือผมขึ้นไปทาบหน้าผากตัวมันเอง....ถ้าเป็นแต่ก่อนคงจะเฉยๆ  ไม่มีปัญหา แต่ตอนนี้กำลังเกิดปัญหา...เพราะหัวสมองดันไปแรนดอมคิดหาเรื่องที่มันนั่งลูบไล้ตัวเองเมื่อคืน....ไม่  ไม่  ไม่  มันเมา ผมก็กรึ่ม ๆ ...แต่ทำไมอารมณ์อย่างนั้นมันต้องตามหลอนมาจนถึงเวลานี้....ยา ๆ  มันต้องกินแก้ไข้สินะ... ต้องถามดูว่ามียาระงับประสาทรึเปล่า ผมจะขอไปไว้กินเอง  กันไว้ซักครึ่งกระปุก

 

               

                “คืนพรุ่งนี้ จัดเลี้ยงปีใหม่นะ ขอเชิญศิลปินทุกคนในค่ายเข้าร่วมนะ สนุกกันให้เต็มที่”   เสียงพี อาร์ สาว สวยประจำค่ายประกาศ  หูผมผึ่งโดยไม่ต้องชักใบ จะว่าจะได้ฉลองก็ดีอยู่หรอก แต่ผมกำลังคิดว่า จะต้องไปเจรจากับป่ะป๊าซิน ให้มาเข้าร่วมฉลองด้วย...อีกนัยนึงคือมานั่งเฝ้าลูกชายตัวเองซะ....ไม่งั้นถ้ามีแบบเมื่อคืนอีก ไม่รอดแน่...ผมนี่แหละที่ไม่รอดเพราะอดนอนจนน๊อค...

 

               

 

          “ซิน ไหนว่าไม่สบายไง...ไม่ต้องมาก็ได้”  ไม่ได้ว่าแต่ห่วงจริง ๆ ดูหน้าซีด ๆ ไงไม่รู้ แล้ววันนี้ป๊ากับม๊ามันดันไม่อยู่ซะงั้น ผมเลยต้องกลืนน้ำลายและความคิดทั้งหมดเพื่อที่จะดริฟรถไปรับ ไอ้คนที่นั่งหงอยเป็นไก่นี่มางานเลี้ยงที่บริษัทด้วย

 

                “แล้วจะให้อยู่กับใครเล่า”  ก็จริงของมัน เกิดมาป๊าม๊ามันคงไม่เคยให้ลูกชายโดดเดี่ยว...แล้วไมต้องทำหน้าอ้อนด้วย...

 

                “เออ ๆ อย่าดื่มให้หนักเหมือนวันนั้นล่ะ”

 

                “วันนั้นทำไมเหรอ”  นั่นไงมาอีกแล้วท่านี้ มันจะแอ๊บแอ้ ไปไหน  เอียงคอ 45 องศา พร้อมกับปล่อยฟีโรโมน กระตุ้นต่อมใต้ตาให้หันมองมัน...อย่า ๆ อย่ามา ไม่งั้นกุพามึงเสยตูดสิบล้อแน่ ๆ..

 

                “ไม่มีอะไร....แค่ไม่อยากให้ดื่มมาก ยิ่งไม่สบาย เดี๋ยวป๊ากลับมากุก็โดนเพ่นกบาลดิ อุตส่าห์ฝากไว้”  ก่อนไปก็ฝากลูกชายไว้เป็นของกำนัลตัวเบ่อเร่อ....คงจะดูแลได้อยู่หรอก ก็ลูกชายป๊าน่ะ สวย เริศ เชิด แอ๊บ เคยเชื่อฟังกันซะที่ไหน ให้ไปขวา จะไปซ้าย ให้เดินหน้าจะถอยหลังอยู่เรื่อย

 

                “อืม...ไม่หรอก”  ทำไมต้องอ้อมแอ้มด้วย รับปากกุให้ชื่นใจแบบเสียงดังฟังชัดไม่ได้รึไง…ช่างเถอะ เพื่อนฝูงตั้งเยอะแยะ  เดี๋ยวถ้ามันเมาผมจะลากพี่โอ๊ตไปนอนด้วย ....ฟังไม่ผิดหรอกลากไปนอนกันสามคนที่บ้านผมนี่แหละแล้วก็โยนภาระทั้งหมดให้พีอาร์ทำโอทีนอกเวลางานดูแลมันไป ส่วนผมก็จะนอน .... จะให้มันไปกับใครก็ยังห่วงๆ อยู่ ไม่ได้ ๆ  เผื่อมีใครเกิดคิดบ้าๆ กับมันขึ้นมา ก็น่าเสียดาย เอ๊ย !  มันจะเสียหาย..สงสารมัน...ยังไงก็เพื่อนผม...

 

                “เฮ้ย นัท ชนนนน”

 

                “ชนนแก้วววว”

 

                “นัท ไอ้ขี้แพ้ แดก ๆ เข้าไป ฮื้ววววว”

 

          “คอแข็งเหรอ...ชน ๆๆ”

 

                “ฮ่า ๆๆ พอ ๆ กุมาวว กุเมา เข้าจั๋ยย โผม นาทท ซิงงกุล่ารร์ มาวว ฮ่าๆๆๆ”

 

 

                                                # # #@%^&(_+_+#$##@@+))((&&^%%*(&()

               

 

                กระดุมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนถูกปลดออกช้า ๆ ร่างที่นอนอยู่ขยับตัวอย่างไม่สบายตัวเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ มือขาวบางลูบไล้ที่แผงอกที่มีกล้ามเนื้อสมส่วน เนื้อหนังเนียนละเอียด ขึ้นสีจัดเพราะเครื่องดื่มที่ดื่มเข้าไป...

 

                “อืมม ซินน นอนน”  ตาคมค่อยๆ  ปรือ พอจับภาพคนตรงหน้าที่กำลังวุ่นวายกับแผงอกตัวเอง  ทั้งที่สติสตังไม่สมประดีเท่าไหร่.....  รู้แต่ว่าคนตรงหน้าดูสวยเยิ้ม จนหรี่ตามองซ้ำอีก....ปากบางส่งยิ้มหวานให้คนที่นอนอยู่ ทั้งทีมือยังลูบไล้บนหน้าอกไม่ห่าง

 

                “นัทง่วงแล้วเหรอ ซินยังไม่ง่วงเลย…. งั้นนัทนอนสิ ซินจะเล่านิทานให้ฟัง”  ไม่พูดเปล่าโน้มตัวลงนอนข้างๆ

 

                “กาลครั้งนึง.... มีกระต่ายกับแกะเป็นเพื่อนกัน...รักกันมาก”  หน้าสวยยื่นเข้ามาพูดกระซิบข้างหูอีกคนที่นอนอยู่ ถึงจะสติไม่ครบแต่ก็พอจะรู้เรื่องและรับรู้อยู่ว่าอีกคนพูดและทำอะไร...แต่บรรยากาศและอารมณ์มันบอกให้ปล่อยตัวตามสบาย...

 

                “ด้วยความที่แกะตัวโตกว่า.....ก็เลยดูแลกระน้อยน้อยเป็นอย่างดี...”  มือเล็กเริ่มไล้ตามหน้าอกเขาอีกครั้ง เสื้อเชิ้ตถูกแหวกออกจนหมด

 

                “ซิ  ซิน..”

 

                “ชู่ว์~ ฟังสิ ซินกำลังจะเล่าต่อ”  เสียงกระซิบพร่าข้างหูทำให้ต้องนอนนิ่ง  ความรู้สึกบางอย่างกำลังเกิดขึ้น...รวมทั้งไม่เข้าใจซินและตัวเองด้วยว่ากำลังคิดจะทำอะไร....

 

                “ทั้งคู่  อยู่เหมือนเพื่อนรักกัน...”

 

          “อื้ออ ซินน จุ๊บ!”  ร่างบางค่อย ๆ เลื้อยขึ้นคล่อมคนที่นอนฟังนิทานนิ่ง  และเมื่อเห็นว่าคนทีโตกว่าไม่ได้ขัดขืนอะไร  หน้าเล็กก็ก้มเข้าไปซุกหน้าเข้ากับซอกคอที่ตัวเองเคยบอกว่าหอมวันนั้น...นัทแค่บิดตัวเล็กน้อย ทำไมวันนี้มันร้อนไปหมดทั้งตัว...ร่างกายที่เบียดเข้ามานุ่ม นิ่ม น่ากอดชะมัด...ปากเล็กยื่นมาจุ๊บที่ริมฝีปากเขาเบาๆ

 

                “แต่เวลาผ่านไป ....กระต่ายน้อยก็เริ่มเปลี่ยนไปและทำเรื่องที่ไม่คาดคิด..”….ร่างเล็กลุกขึ้นมานั่งข้างคุกเข่าคล่อมขาอีกคน ปลดเข็ดขัดและกางเกงเดฟตัวรัดของคนที่นอนอยู่ออกจนสุดขา 

 

                ร่างกายยั่วยวนสุด ๆ ในสายตานัท.... กำลังเปลื้องเสื้อตัวเองออกช้า ๆ สายตาหวานหยดทำเอาคนเมากลืนน้ำลายลงคอ...มีเสน่ห์มากเกินไป...ผิวกายขาวเนียน ร่างเล็กที่เคลื่อนเข้ามาทาบทับอยู่บนร่างเขา ทำให้สติขาดผึง...ลืมไปสิ้นว่าคนที่กอดก่ายอยู่คือ ....เพื่อน..

 

                “กระต่ายน้อย กลืนกินแกะไปทั้งตัวอย่างกระหาย...เพราะจริง  ๆ แล้ว กระต่ายน้อยตัวนั้นคือหมาป่าปลอมตัวมานั่นเอง ...ฮึ ๆๆ …ฝันดีเจ้าแกะน้อย..” เสียงแว่ว ๆ ที่นัทได้ยินหลังจากที่สติกำลังจะดับเพราะอ่อนล้าจากกิจกรรมที่ทำไปแบบครึ่งฝันครึ่งตื่น...แต่..มีความสุข...สุขล้นชะมัด...

 

 

               

         

 

                “อื้ออ  ปวดหัว!”  ผมบิดขี้เกียจช้า ๆ  เมื่อยขบไปหมด ปวดหัวจนแทบระเบิด คงเพราะฤทธิ์เหล้าเมื่อคืนแน่ ๆ  พวกนั้นแมร่งมอมเหล้าผมแน่ๆ  โดนรุมอยู่คนเดียว... ว่าจะพาซินกลับมาพักซักหน่อย..มันยิ่งไม่สบายอยู่

 

                “ซิน!!”   ซิน... จริง..สิ ซินกลับยังไง... แล้วผมกลับมานอนที่บ้านผม...บ้านผม..ไม่ใช่หนิ...ห้องนี้..ห้องซิน..ห้องซิน...ห้องซิน...เสียงลูกบิดประตูห้องน้ำทำให้ผมเด้งตัวลุกขึ้นแล้วมองไป 

 

                “ตื่นแล้วเหรอ...”  มองไล่มองคนตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า  อย่างกำลังจะนึกอะไรออก ก่อนจะหันกลับมามองตัวเอง ผมเลิกผ้าห่มขึ้นมองสภาพตัวเองให้เต็มตาหลังจากที่รับรู้ว่าท่อนบน ผมโป๊...แม่เจ๊า !!!!  คุณพระช่วย!! กล้วยไข่  ใส่โรตี!!  ไม่จริง

 

                “ซิน...กุเมาแล้วอ๊วกใช่มั๊ย...”  ความจำเหมือนความฝันเริ่มผุดขึ้นมา

 

                “ไม่หนิ ก็ปกติดี...ดีมากซะด้วย แล้วเมื่อคืนซินก็ไม่ได้เมาด้วยนะ”   >O0O<     ตกใจสุดขีด หัวใจเต้นแรงถ้าใครเรียนหมอ คงรู้อัตราการเต้นว่าเร็วที่สุดเท่าไหร่ นั่นแหละตอนนี้ผมเท่านั้น  ค่อย ๆ มองไปรอบ ๆ อย่างหาเหตุผลและหลักการอื่น ก็เห็นกองเสื้อผ้าตัวเองกองอยู่ปลายเตียง...

 

                “ซิ  ซิ ซิน ไม่จริงใช่ไหม...”  จะไม่ระร่ำระลักขนาดนี้ ถ้ามือไม่จับบริเวณต้นขาตัวเองแล้วสัมผัสถึงร่องรอยอารยธรรมที่เริ่มแห้งแต่ก็ยังสัมผัสพอรู้....

 

                “ก็อย่างที่คิด...ทำไมล่ะไม่เห็นเสียหายตรงไหน..”   ไอ้บ้า!!!!!!!  ฮื่ออๆๆๆๆ กุเสียความบริสุทธิ์ให้ผู้ชายด้วยกัน  ฮื่อออ ๆๆๆ

 

                “แล้วไม่มีความสุขเหรอ...”  จะมาตอกย้ำทำม๊ายยเข้าไปอีก...ทั้งที่ตอนนี้หน้าผมคงเหมือนกับถูกปล้นทองคำหนักเกือบ 100 กิโลไปต่อหน้าต่อตา แล้วโจรยังมีหน้ามาถามว่าเสียดายไหม...ความรู้สึกผมเป็นอย่างนั้นเลย..นี่กุเสียพรมจรรย์แล้วใช่มั๊ย...ผมรีบเอี้ยวตัวหาร่องรอยการเสียตัว เคยอ่านแว๊บ ๆ ว่าต้องปวดสะโพก และเจ็บตรู๊ดด มาก ๆ นี่...เอาวะเผื่อซินจะอำผมเล่น....(ไปอ่านมาจากไหนวะ)

 

                “ไม่เห็นเป็นไรหนิ”  ...ผมบ่นกับตัวเอง ถ้าไม่ติดที่ร่องรอยที่ทิ้งไว้ ผมก็ไม่เห็นเสียหายอะไร เมื่อคืนอาจจะแค่ฝันไป...

 

                กริ๊ก!     / ....   ซิน ...อื้ออ ดีมากก @#^&*)(_&+|++_| ….  /

 

          “นัทจะเป็นอะไรได้ยังไงเล่า...ซินสิเป็น..นัทนอนรุก กับ ซินนั่งรับ ไงล่ะ”  ซินโน้มลงมากระซิบข้างหูหลังจากกดโทรศัพท์ของตัวเองให้ผมดู

 

          “แต่ไม่ต้องห่วง แค่กลัวนัทไม่เชื่อเลยอัดไว้นิดหน่อย...เดี๋ยวลบเลย”

 

                อ๊ากกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!!   ชัดเจนทั้งเสียงทั้งภาพ...แถมคำบอกเล่าด้วย  นี่แค่นิดหน่อยใช่มั๊ย..ทำให้ภาพที่คิดว่าฝันพรั่งพรูออกมา.... ผมจะต้องร้องไห้ โวยวายไหมเนี่ย  ผมต้องทำยังไง...เรียกร้องให้มันรับผิดชอบ ให้ป๊าม๊ามันไปขอ หรือผมจะต้อง เรียกเงินค่าตัว เอ๊ย! ค่าเสียหายยยดี...แต่......ผมคงต้องถามความเป็นไปกับซินสินะว่าทำไม  ทำม๊ายย ถึงทำกับผมอย่างนี้...กระซิก ๆ

 

                “ทำไม ซิน...เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ...”  ผมมองหน้าคนที่กำลังก้มกดโทรศัพท์ตัวเอง  หน้าสวยหยดนั่นเงยขึ้นมา แยกยิ้มที่ผมว่ามันอาจจะหวานสำหรับคนอื่น แต่เวลานี้มันเหมือนกับรอยยิ้มของเดวิลมีหาง พร้อมกับคำตอบที่ผมสะอึกขนลุกไปทั้งตัว....และไม่อยากถามต่อ..

 

 

                “ทำไมเหรอ....ก็.......แค่...อร่อย

 

                                                                        Happy > The end

 

 

 

                                                ******************************************
 
 
 

edit @ 6 Jan 2012 22:19:20 by Sincere-over

 
เป็นผลงานแต่ง + เขียน..แบบ Y Y ที่ผ่านมาของข้าพเจ้าเอง นิยายวาย..ใครสนใจก็ตามลิงค์ เลยค่ะ...สนุกไม่สนุก ติชม ได้เลยค่ะ  และใครอยากอ่านฟิคหรือนิยายแนวไหนลองรีเควสได้เลยนะจ๊ะ จะลองแต่งให้... 
 
 
 
User Name... Sugar_love...เป็นผลงานที่จบแล้ว
 
 
 
 
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=19940.0 // @<<รักแท้..หรือแค่บำเรอ >>@
 
 
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=19337.0 // << ท้าเทวดา...ให้มาเดินดิน>>
 
 
 
User Name  Sincere-over
 
http://www.thaiboyslove.com/webboard/index.php?topic=28354.0 // # พี่ชาย ร้ายรัก # (ยังไม่จบ)
 
 

 
 

 
 

 
 
 
 

edit @ 22 Sep 2011 22:57:16 by Sincere-over

SF singular ยอมเจ็บ

posted on 20 Sep 2011 18:38 by sincere-over
       เรื่องนี้แต่งขึ้นจากจินตนาการ เป็นการเล่าเรื่องผ่านตัวละครนะคะ หวังว่าคงชอบกัน มาจากอารมณ์นอยส์เล็ก ๆ ไม่มากมาย...
 
เป็นอีกวันที่ผมนั่งมองเวลา ภายในห้องซ้อม เพราะรอใครบางคนที่ยังไม่มาตามเวลาที่นัดกันไว้ เป็นอีกครั้งที่ผมต้องรอ...
 
"นัท ยังไม่มาเหรอซิน" เสียงพี่โอ๊ต ที่ชะโงกหน้าเข้ามาถามผมที่นั่งอยู่คนเดียว
 
"ยังครับ"
 
"เฮ่อ~ เมื่อคืนเที่ยวดึกรึเปล่า" ผมหันไปยิ้่มใ้ห้พี่คนสนิท ที่บ่นแล้วเดินออกไป วันนี้ผมสองคนนัดกันมาซ้อมเพลงใหม่ แต่ตอนนี้ผมรอจนแบล็คอัพกลับกันหมดเพราะรอไม่ไหว โทรไปก็ไม่ติด ที่นั่งรอเำพราะคิดว่าเผื่อนัทมาแล้วไม่เจอใคร
 
"ซิน จะหกโมงแล้วกลับเถอะ"
 
"ครับพี่โอ๊ต" ผมหันมองนาฬิกา จะ 6 โมง..... ผมนั่งรอนัทมาเกือบ 5 ชั่วโมงแล้วเหรอเนี่ย นัทไปไหนของเขานะ ทำไมถึงไม่มา....
 
ผมตัดสินใจกลับบ้านด้วยแท๊กซี่ไม่อยากโทรไปกวนป๊า เพราะคุยกับนัทเมื่อวาน สัญญาว่าจะไปส่งผมที่บ้านไม่ต้องบอกป๊ามารับ 
 
"เป็นอะไรรึเปล่า ไปหาที่บ้านซักหน่อยดีกว่า"... รึว่าจะไม่สบาย คิืดได้อย่างนั้น ความเป็นห่วงไม่รู้มาจากไหน ผมเปลี่ยนทิศทางแท๊กซี่แทบจะทันที
 
มาถึงบ้านนัทในอีกครึ่งชั่วโมง บ้านดูเงียบ ๆ นัทอยู่รึเปล่านะ ผมกดออดหน้าบ้าน ไม่นานคุณแม่ของนัทก็มาเปิดประตู
 
"อ้าว น้องซินมาหานัทเหรอลูก นัทไม่อยู่หรอกจ๊ะ เข้ามาก่อนไหมไม่เจอตั้่งนาน" คุณแม่น่ารักเสมอ เวลาเจอผม ผมทักทายได้ซักพักก็ขอตัวกลับ เพราะไม่อยากรบกวนนาน
 
"เฮ่อ~" ถอนหายใจรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ นัทไม่เคยเป็นอย่างนี้ คุณแม่บอกว่านัทออกไปเมื่อคืน พึ่งกลับตอนเที่ยงวันนี้ แล้วออกไปอีกเมื่อก่อนหน้าผมจะไปถึง....แสดงว่านัทไม่ได้คิดจะไปบริษัทเลย เพราะเรานัดเจอกันตอน บ่ายโมง....
 
"เพียงเธอผู้เดียว...ที่ทำให้ฉันเปลี่ยนแปลงไป ..เพียงผู้เดียว ที่ทำให้ใจฉันคลายหวั่น"
 
"ฮัลโหล!" ทันทีที่เสียงริงโทนดังขึ้น ผมไม่ต้องมองว่าใคร เพราะเพลงนี้ผมตั้งไว้สำหรับใครคนนึงเท่านั้น
 
"ซิน..."
 
"อืม นัทอยู่ไหนน่ะ" หัวใจผมเต้นเร็วขึ้น แค่ได้ยินเสียงคนที่ผิดสัญญาวันนี้ เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่คน คนนี้เรียกชื่อผม
 
"นัทมาต่างจังหวัด ตั้งแต่เมื่อวานน่ะ กลับไปไม่ทัน แบทโทรศัพท์หมด เนี่ยพึ่งถึงบ้าน นัทขอโทษนะที่ไปไม่ทันแล้วไม่ได้โทรบอกด้วย"
 
"..........."
 
"ซิน! ฟังนัทอยู่รึเปล่า"
 
"อืม..ซินฟังอยู่ ถึงบ้านก็ดีแล้ว" โกหก...ทำไมนัทต้องโกหกด้วย..นัทไปไหนมากันแน่
 
"ซินโกรธนัทเหรอ...สัญญาว่าคราวหลังจะไม่เป็นอีกแล้ว ซินเข้าใจนัทนะ" ...เข้าใจสิ.. 
 
"อืม ซินเข้าใจ"  
 
"จริงนะ  แค่นี้ก่อนนะซิน มีสายซ้อนน่ะ"  ได้ยินเสียงตัดสายโดยที่ผมยังไม่ทันได้พูดอะไรอีก...เข้าใจ..เข้าใจทุกอย่าง แต่นัทสิ ไม่เคยเข้าใจซินเลย ....ผมกดวางโทรศัพท์ ก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะคอม ..ไม่เคยเข้าใจในความรู้สึกที่ซินมีต่อนัทว่าเป็นยังไง...คำว่าเพื่อนมันเหมือนกำแพงที่คอยกั้นความรู้สึกผมเอาไว้ ผมรู้ว่านัทฉลาดพอที่ดูออกว่าผมรู้สึกยังไง...แววตาที่สื่อออกไปบางครั้งมันชัดเจนกว่าคำพูดที่เก็บเอาไว้ แต่นัทก็เลือกที่จะเฉย เพราะอาจจะรับความรู้สึกนี้ไม่ได้.... แต่การทำดีด้วย ความห่วงใยที่มีให้ การเทคแคร์ แม้แต่การหยอกล้อต่อหน้าแฟนคลับ ทำให้บางครั้งผมคิดเข้าข้างตัวเอง..แต่อะไรหลาย ๆ อย่างก็ทำให้ผมรู้ว่าก็แค่การเข้าข้างตัวเองเท่านั้น...เพราะถ้านัทรู้สึกกับผมอย่างที่ผมรู้สึกกับนัทบ้าง ผมก็คงไม่ต้องแอบเสียใจ แม้กระทั่้งแอบร้องไห้ในเวลาที่มันสุดจะทน....เหมือนกับครั้งนี้..
 
 
"พี่โอ๊ตหวัดดีครับ" 
 
"อ้าวซิน ไมมาแต่เช้าจัง นัด 11 โมงไม่ใช่เหรอ" 
 
"ซินกะจะมา ซ้อมเสียงก่อนนะครับ"  วันนี้มีนัดอีกวันเพื่่่อซ้อมเพลง นัทก็รู้ตั้งแต่แรกเล้วผมเลยไม่ได้บอกอะไรอีก
 
"ช่างต่างกันจริง ๆ สองคนนี้ แล้วมันจะมาไหมเนี่ย.. คืนก่อนได้ข่าวว่าควงสาวไปเที่ยวผับมานิ.. รูปโผล่ ดีจริง ๆ พูดเตือนไม่เคยฟัง" ถึงกับชะงักเท้าเมื่อได้ยิน เมื่อคืนก่อนเหรอ...
 
"นี่ไง!" ผมจ้องจอคอมที่โอ๊ตเปิดหน้าเฟสบุ๊คไว้ และหน้าจอโชว์รูปนัทกับสาวน้อยหน้าตาจิ้่มลิ้มในผับความมืดทำให้มองไม่ชัดว่าผู้หญิงคือใคร แต่สำหรับนัท ผมจำได้เสมอ 
 
"ภาพหลุดเหรอครับ" ผมถามไป แต่ในใจกลับเต้นไม่เป็นจังหวะความรู้สึกเหมือนโดนหักหลังกลับมาอีกแล้วหลังจากที่พยายามกดเอาไว้ จนนอนไม่หลับ 
 
"หลุดที่ไหน สาวเจ้าจงใจปล่อยออกมาต่างหาก ดูซิ ทำไปได้" คืนก่อน...
 
"อืม เดี๋ยวซินเตือนนัทอีกทีนะครับ" ..ต้องทำเป็นให้เกี่ยวข้องแค่เรื่องงานไว้ ทั้งที่ตอนนี้ในใจผมเหมือนหัวใจกำลังจะหยุดเต้น....การรับรู้อะไรมากไปก็ทำให้เจ็บปวด..อยากจะตัดความรู้สึกพวกนี้ออกไปให้หมด ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ ถามว่าจะชอบนัทไหม ผมคงตอบได้เลยว่า ชอบ.. อะไรหลาย ๆ อย่างระหว่างเรา โดยเฉพาะการกระทำมันเหมือนเกินเส้นคำว่าเพื่อน แต่ความรู้สึกของผมมันก้าวกระโดดความรู้สึกของนัทมากเกินไป..ถึงต้องเป็นอย่างนี้ 
 
ผมเดินเข้าห้องซ้อมที่ยังไม่มีใครมา ด้วยความรู้สึกที่เหมือนล่องลอย นัทจะโกหกผมทำไม เพื่ออะไร สู้ให้รู้ไปเลยดีกว่าการมารู้ทีหลัง คงกลัวผมจะว่าเพราะไม่ยอมมาทำงาน...แต่จะรู้ไหมว่ามันทำให้ผมรู้สึกแย่ ยิ่งกว่าเดิม กี่ครั้งแล้วนะที่ผมต้องมานั่งเสียใจเพราะนัทไปกับใครต่อใคร..กี่ครั้งที่ผมต้องคอยตอบคำถามใครต่อใครว่ารู้สึกยังไงที่นัทเป็นข่าวในฐานะที่มีข่าวว่าเรากิ๊กกัน....คงตอบอะไรไม่ได้มากมายกว่าการตอบว่าไม่ได้คิดอะไร
 
"..ฮึก!.." ไม่ไหวจริง ๆ ด้วย..การปล่อยให้น้ำตามันไหลออกมา มันช่วยได้ในเวลาแบบนี้ ในเวลาที่ความรู้สึกมันกำลังทำร้ายจิตใจของตัวเอง ในเวลาที่พูดบอกใครไม่ได้....กับความรู้สึกที่รู้ได้แค่ตัวเองเท่านั้น..
 
 
  "ซิน..ซิน" 
 
"นะ นัท"  ผมสะดุ้งตามแรงเขย่าที่แขน นี่ผมหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ จำได้ว่าร้องไห้แล้วฟุบหน้าลงกับโซฟาตรงพนักพิง 
 
"เฮ่อ!" นัทไม่พูดอะไร หลังจากที่ผมเงยหน้าขึ้นจากแขนตัวเองทีี่่วางรองกับพนักพิงอีกที ถอนหายใจแล้วนั่งลงข้าง ๆ
 
"ขอโทษนะ"  
 
"........." ขอโทษอะไร  ผมหันไปมองหน้าคนพูดที่นั่งลงข้าง ๆ ตอนนี้ยังงง ๆ เพราะพึ่งตื่น เลยจูนอะไรไม่ได้เท่าไหร่
 
"ซิน นัทบอกตรง ๆ ไม่รู้ว่าจะทำตัวยังไงดีกับซิน" ผมเริ่มตั้งสติ ว่าจะต้องสนทนากับคนข้าง ๆนี่ยังไง....
 
"นัท เ่อ่อ.."   ผมชะงักทำตัวนิ่ง ๆ ทันที มือใหญ่นั่นเอื้อมมาแตะหน้าผมเหมือนกับเช็ดอะไรบางอย่าง
 
"ซินหยุดเสียใจเพราะนัทเถอะ นัทไม่ได้ดีพอที่ซินจะมาเสียน้ำตาด้วย นัทก็แค่ผู้ชายธรรมดาคนนึง.." 
 
"......." ถึงกับพูดอะไรไม่ออก เสียใจ เสียน้ำตา ผมยกมือขึ้นลูบแก้มตัวเอง ไม่มีน้ำตาแล้ว แต่สัมผัสถึงคราบน้ำตาที่หลงเหลืออยู่
 
"ซินเปล่า.."
 
"หยุดร้องเถอะ ถึงนัทจะตอบรับความรู้สึกซินไม่ได้ทั้งหมด...แต่ซินคือคนเดียวที่นัทวางใจ ซินคือคนแรกที่นัทคิดถึงเวลานัทไปไหนต่อไหน ถึงแม้จะอยู่กับใคร ซินก็จะตามไปอยู่ในหัวสมองนัทตลอดจนบางครั้งนัทไม่เป็นตัวของตัวเอง นัทไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร.."
 
สิ่งที่นัทบอกผมไม่เข้าใจว่านัทจะสื่ออะไร ให้ผมตัดใจและอยู่ห่างจากนัทเพื่อที่นัทจะได้ใช้ขีวิตในแบบที่นัทต้องการโดยไม่มีผมเข้าไปเกี่ยวข้องรึเปล่า
 
"มันจะดีกว่านี้ใช่มั๊ย ถ้าไม่มีซิน" ผมตัดสินใจถามคำถามที่คิดในใจ แต่รู้สึกเหมือนความตีบตันในหัวใจกำลังวิ่งเข้ามาจุกที่ลำคออีกแล้ว
 
"แล้วถ้าไม่มีซิน นัทจะเป็นยังไงล่ะ"
 
".................." ผมหันไปมองหน้าคนที่พูดอะไรทำให้ผมสับสน
 
"ตอนนี้นัทไม่แน่ใจความรู้สึกตัวเองซักนิด ขอเวลานัทหน่อย รู้แค่ว่า ไม่มีซิน นัทคงอยู่ไม่ไ้ด้เหมือนกัน" หมดในทุกคำพูด ไม่รู้จะพูดอะไรดี ตาคมที่จ้องมาทำเอาหายใจติดขัด
 
"นัท..."
 
"แค่ตอนนี้... เหมือนกับนัทเห็นแก่ตัว เหมือนกับรั้งความรู้สึกของซินไว้ ทุกคนที่เข้ามายอมรับว่าบางครั้งเผลอตัว ลืมตัว แต่สุดท้ายคนที่อยู่ในหัวนัทก็คือซิน...เฮ่อ อธิบายยากจัง บางครั้งที่นัทโกหก ก็เพราะไม่อยากเห็นซินเป็นแบบนี้แหละ แต่นัทคงลืมคิดว่าความลับไม่มีในโลก ยกโทษให้นัทนะ"
 
มือหนาเอื้อมมาขยี้หัวผมเบา ๆ ก่อนจะโน้มให้ไปซบบ่าตัวเอง ผมงงเล็ก ๆ ....แต่อะไรที่ได้ยิน มันกลับทำให้หัวใจพองโต จะว่าผมงมงายก็คงใช่ แต่คำพูดไม่กี่คำก็ทำให้ความรู้สึกก่อนหน้านี้กับตอนนี้ช่างแตกต่างกัน จะอีกกี่ครั้ง หรือกี่ครั้งที่ผ่านมา ที่ผมยอมให้ความรู้สึกแอบรักทำร้ายตัวเองมาตลอด แต่สิ่งนึงที่ผมแน่ใจคือ นัทรับรู้ความรู้สึกของผม และไม่ได้เปลี่ยนไปเลย กลับห่วงใย และแคร์ความรู้สึกนั้น ซึ่งตัวเองไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะรับมันได้รึเปล่า...แต่กลับมีคำพูดปลอบโยนที่ทำให้ผมสงบใจลงได้ จะเป็นยังไงต่อไปผมไม่รู้ รู้แค่ว่าตอนนี้ผมมีนัท เป็นเพื่อน...เพื่อน..ที่ให้ได้มากกว่าเพื่อนทุกคน 
 

edit @ 20 Sep 2011 23:10:52 by Sincere-over

SF singular สูญเสียความทรงจำ part 2

posted on 04 Aug 2011 19:00 by sincere-over
เมื่อรถเลี้ยวเข้าสู่เขตรั้วบ้านที่มีคนเปิดประตูรออยู่แล้ว คนที่ยังเช็ดน้ำตาป้อย ๆ อยู่ในอ้อมกอดของมารดาก็ดูตื่นตากับสภาพแวดล้อมภายในรั้วบ้านที่เปลี่ยนไป ตากลมโตสอดส่องไปทั่วก่อนจะไปหยุดอยู่ที่เจ้าตัวอ้วนกลมที่ตอนนี้กำลังวิ่งไล่กับผีเสื้อในสวน เมื่อรถจอดสนิท สองมือเล็กรีบผลักประตูรถออกไปทำเอาคนในรถพากันตกใจยกใหญ่
 
"ซินจะไปไหน" เป็นนัทที่ต้องวิ่งมาคว้าแขนดูโอ้แสนซนไว้ ก่อนที่จะวิ่งทะเล่อทะล่าไปให้รถทับเล่น ขนาดว่าโตยังโก๊ะฟ้าประทานขนาดนั้นแล้วตอนเด็ก ๆ จะเป็นยังไง
 
"ซินจะไปจับแมว"
 
"จับแมว??"
 
"มาสินัทมากับซิน ป่ะ" ไม่พูดเปล่ามือนุ่มฉุดกระชากลากถูเขาให้กึ่งเดินกึ่งวิ่ง ไปหาคุณ ดาว ดาว ที่ตอนนี้ก็กำลังวิ่งเข้ามาหาคนสวยด้วยความเคยชิน
 
"นี่แน่ะ จับได้แล้ว" --* ได้ข่าวว่าคุณดาวมันวิ่งมาหาเองนิ
 
"เป็นไงไอ้อ้วน หลงมาจากไหนเนี่ย แต่ ไม่เป็นไรอยู่กับซินก็ได้ ม๊ากับป๊าใจดีน้า .....ดูสินัทน่ารักจัง เชื่องด้วยนัทว่าม๊าจะให้ซินเลี้ยงไหมอ่ะ" ช่างน่าสงสารคุณดาวยิ่งนัก อยู่ดี ๆ ก็กลายเป็นแมวจรจัด ถ้าคุณซินไม่เลี้ยงแล้วใครจะเลี้ยงละคร๊าบบ.....
 
"ซิน นี่มันแมวซินนะ คุณดาวไง ซินจำได้ไหมครับ" เสียงทุ้มพูดขึ้นก่อนจะเดินไปลูบเจ้าแมวตัวกลมที่อยู่ในอ้อมแขนคนสวย ดีนะที่ซินรักแมว ไม่งั้นแกได้โดนฟาดขี้แตกข้อหาลักลอบเข้าบ้านคนอื่นแน่ ๆ คุณดาวเอ๋ย
 
"จริงอ่ะ แมวซิน? ...จำไม่เห็นได้" ตาโตเบิกกว้างอย่างไม่อยากเชื่อ ก่อนจะบ่นพึมพำเบา ๆ
 
"ช่างเถอะ เข้าบ้านเถอะ ได้เวลากินยาแล้ว"
 
"ซินเล่นกับคุณดาวก่อนนะ แล้วซินจะเข้าไป"
 
"ซิน.."
 
"อุ๊ย! เหมือนคุณดาวจะปวดฉิ้งฉ่องแน่ ๆ ท้องป่องเชียว เดี๋ยวซินพาคุณดาวไปฉิ้งฉ่องก่อนนะ" เอากับเขาสิ ให้กินยาเหมือนจะถูกพาไปกินยาพิษ โยกโย้ตลอด นิสัยอย่างนี้เป็นตั้งแต่เด็กจนโตจริง นัทมองคนที่วิ่งมาเจ้าดาวไปข้าง ๆ พุ่มไม้แล้วจับขาแมวโชคร้ายกางออก 
 
"นัทเข้าไปก่อนเลย เดี๋ยวซินตามไป สงสัยคุณดาวจะมีปัญหาเกี่ยวกับการฉี่อ่ะ คุณดาวฉี่ไม่ออก..^^" คนที่มีปัญหาคือคุณนั่นแหละ
 
"ไม่เป็นไรซินมีเพื่อนแล้วนินัทกลับแล้วกัน" แกล้งงอนที่โยกโย้ไม่ยอมเข้าบ้านเพราะรู้ตัวว่าจะต้องได้ไปกินยา
 
"อ๊ะ ไปเลย ไปฉี่เองนะ ซินอยู่ด้วยไม่ได้ละ" มือเล็กปล่อยเจ้าแมวตัวอ้วนแทบจะทันที เมื่อเห็นท่าทีของเพื่อน
 
"ป่ะนัท เข้าบ้าน" มือเล็กลากแขนคนที่ยืนอมยิ้มอยู่เข้าบ้าน กลัวว่าจะหนีกลับบ้านอย่างที่พูดจริง ๆ
 
หลังจากกินยาเสร็จ เจ้าตัวทำตาปรือ ๆ ยังไงล่ะจะว่าซินจำห้องตัวเองไม่ได้ก็ไม่ใช่เพราะม๊าบอกเองว่าห้องซินอยู่ที่เดิม ซินอยู่บ้านหลังนี้มาตั้งแต่เกิด คนตัวเล็กเดินนำเพื่อนใหม่ขึ้นห้องตัวปลิว ยังมีหันมาบอกให้เร็ว ๆ เพราะมีอะไรจะอวด คนเดินตามหลังแอบคิดในใจว่าสิ่งที่จะอวดจะยังมีซากอยู่รึเปล่าก็ไม่รู้
 
"นัท เร็วมาดูสมบัติซินดิ ซินเก็บเงินซื้อเองเลย" ร่างเล็กเดินนำเข้าไป ตากลมมองไปรอบห้องอย่างประหลาดใจก่อนจะสะบัดหัวแรง ๆ
 
"ซินเป็นอะไรรึเปล่า" จับแขนเล็กนั่นไว้ กลัวว่าการสะบัดหัวนั่นจะทำให้ล้มไปซะก่อน
 
"เปล่า ซินคงจะง่วงน่ะ" จะบอกได้ยังไงว่าจำห้องตัวเองไม่ได้ จำได้เป็นบางอย่างเท่านั้น แล้วสมบัติเขาอยู่ที่ไหนนี่ จำได้ว่าเคยเอาไว้ใต้เตียง แต่เตียงไม่ได้อยู่ที่เดิม แล้วมันจะยังอยู่ที่เดิมรึเปล่านะ
 
"งั้นซินไปนอนนะ ป่ะ"
 
"ไม่เอา ซินจะหาสมบัติ" เีิ้รื่องอะไร ก็จะอวดของเล่นใหม่กับนัทนี่
 
"อืม อยู่ไหนล่ะ" อยากรู้เหมือนกันว่าจะอวดอะไร แล้วจำได้เหรอว่าอยู่ไหน แค่มองดูก็รู้ว่าคู่หูเขาเริ่มงง ๆ กับห้องตัวเองไม่น้อย
 
"อยู่ เ่อ่อ ....อ๊า!! อยู่นี่ไง คิก ๆ" เสียงหัวเราะใสชอบใจที่ตัวเองเจอสิ่งที่ค้นหา เมื่อตัดสินใจก้มดูใต้เตียงถึงแม้จะไม่ใช่ที่เดิม แต่ก็อยู่ใต้เตียงเหมือนเดิม นัทเดินเข้าไปนั่งใกล้คนร่างบางที่ลากกล่องไม้สีขาวขนาดเกือบเมตรออกมา แต่ก่อนที่จะได้เห็นอะไรหน้าสวย ๆ ก็เจื่อนลงซะก่อน
 
"กุญแจไข ซินอยู่ไหนอ่ะ" เอ๊า!! หมดกัน ล็อคกล่องแล้วจำที่เก็บกุญแจไม่ได้ แล้ววันนี้นัทจะได้เห็นสมบัติไหมแล้วเจ้าตัวเล็กนี่จะยอมนอนไหมเนี่ย
 
"ทำไงล่ะ นัทว่าซินไปนอนก่อนดีกว่าเนอะ ไว้ตื่นขึ้นมาเผื่อซินจะนึกออก" กล่อมให้นอนก่อนเพราะพี่โอ๊ตโทรเข้ามาว่ามีเรื่องจะคุยด้วย ต้องเข้าบริษัท แต่ท่าทางคนร่างบางนี่จะไม่ยอมให้เขาไปไหนแน่
 
"ไม่เอา!! ซินจะเปิดกล่อง ฮึก! นัท ไม่ อยาก ฮึก! เห็นสมบัติ ซินเหรอ ฮือ!" อ้าวซวยแล้วไหมล่ะ
 
"อยากครับอยาก ทำไงล่ะ เอาอย่างนี้ให้นัทงัดกุญแจไหม"
 
"นัทว่างั้นเหรอแต่กุญแจอันตั้งหลายบาทอ่ะ ซินเสียดาย" นั่นไง! ความงกนี่ไม่ปราณีแม้กระทั่งตอนความทรงจำอายุแค่ 5 ขวบจริง ๆ
 
"แล้วซินจำได้ไหมล่ะ ว่าเอากุญแจไว้ไหน"
 
"หึ ไม่ได้เลย" สั่นหัวทันทีจนผมสวยมาปกหน้าใส ๆ
 
"งั้นนัทงัดนะ เราจะได้เห็นสมบัติซินเร็ว ๆ ไง" พูดโน้มน้าวคนเสียดายแม่กุญแจ ก่อนจะใช้มือใหญ่ค่อยลูบผมออกจากแก้มใส
 
"ก็ได้...งัดก็ได้" หลังจากได้รับอนุญาตนัทต้องรีบหาอะไรมางัดกุญแจเล็ก ก่อนที่เจ้าของหีบจะเปลี่ยนใจ เมื่อได้ค้อนอันใหญ่ที่พึ่งจะไปยืมป๊ามา ก็ทำการทุบกุญแจสายยูที่คล้องอยู่
 
"ออกแล้ว ออกแล้ว พอ ๆ เดี๋ยวกล่องซินพัง" มือเล็กรีบตะปบมือใหญ่ที่ทำท่าจะทุบลงมาอีก เพราะเห็นว่ากุญแจคลายแล้ว
 
"เปิดละนะ คิก ๆ" มือเล็ก คอ่ย ๆ เปิดกล่องอย่างตื่นเต้นเพราะคิดว่ายังไงเพื่อนใหม่จะต้องอิจฉา ไมค์โครโฟนใส่ถ่านสีขาวที่อุตส่าห์เก็บเงินซื้อมาไว้ร้องเพลงเล่น ๆ ในห้องแน่
 
"นี่ไง เอ๊ะ! รูปใคร?" เมื่อเสียงใสชะงัก ทำให้นัทต้องชะโงกหน้าไปดูด้วย นอกจากไมค์ลอยสีขาวที่สภาพยังเหมือนใหม่ แน่นอนอยู่แล้วเพราะซินเป็นคนที่รักษา่ของที่สุด  แต่ของที่อยู่ในกล่องอีกอย่างคือรูปถ่ายของใครซักคน นัทพลิกดูรูปในกล่องโดยมีซินนั่งดูด้วย ด้วยความอยากรู้อยากเห็น.... อยู่ดี ๆ หน้าหล่อก็เหมือนจะเห่อร้อนขึ้นมาซะอย่างนั้น จะไม่ให้เป็นอย่างนั้นได้ยังไง ก็รูปในกล่องมันเป็นรูปเขาเอง ในอิริยาบทต่าง ๆ ที่ตัวเขาเองก็ไม่เคยรู้ว่าตัวเองเคยทำหน้าอย่างนี้ด้วย แต่ที่สำคัญทำไมซินถึงมีรูปพวกนี้ และยังเก็บไว้ในกล่องมิดชิดด้วย
 
"รูปนัทนี่นา ซินเอามาเก็บไว้ตอนไหนอ่ะ รึนัทเอามาฝากซินเก็บเหรอ"  ไม่รู้ว่าซินเอามาเก็บไว้ตอนไหน แล้วเก็บไว้ทำไมแต่มันทำให้เขารู้สึกอยากให้ซินหายเป็นปกติเร็ว ๆ กลัวว่าความรู้สึกต่าง ๆที่คิดว่าซินจะพอมี จะหายไปกับความทรงจำด้วย
 
"คงงั้นแหละ ช่างเถอะ ซินไปนอนก่อนนะ นัทจะไปทำงานก่อน"
 
"ซินจะไปด้วย!!" พลาดอย่างแรง! มัวแต่งง ๆ เขิน ๆ เลยเผลอปากบอกออกไป แล้วทีนี้ถ้าซินเป็นมาตั้งแต่เด็กอย่าหวังว่าคนสวยนี่จะให้เขาคลาดสายตาได้
 
"ไปไม่ได้ครับ ซินต้องพักผ่อน นัทไปไม่นานนะครับคนดี" นัทมองคนที่ไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดเขาซักนิด มือเล็กรีบลุกลี้ลุกลนดันกล่องเข้าไปเก็บก่อนจะลุกขึ้นมายืนยิ้มเผล่ เหมือนจะบอกกลาย ๆ ว่าตัวเองพร้อมแล้ว
 
"เฮ่อ!! ซิน ซินไปไม่ได้ครับ" เมื่อได้ยินคำพูดปฏิเสธของเพื่อนรัก หน้าหวานที่มีรอยยิ้่มน่ารักเมื่อกี้ก็เริ่มเปลี่ยน
 
"ทำไมล่ะ...ฮึก ! ทำ ไม ซิน ฮึก ถึง ไป ไม่ได้ล่ะ ฮือ!" เอาแล้วไง มาอีกแล้ว ถ้าเป็นตอนปกติถ้าอาการตอนนี้จะเรียกว่างอน แต่นี่มันอาการเด็ก ๆ ไม่ได้ดั่งใจก็ร้องอย่างเดียวเลย
 
"ซินครับ! นัทไปทำงานงานไม่ได้ไปเที่ยวนะ เอาไว้นัทจะพาไปเที่ยว"
 
"ไม่! ซิน ฮึก จะไป กับ นัท! ฮืออ ซิน จะไป!" รั้นที่สุด ถ้าเป็นน้องเป็นนุ่งจะจับตีซะให้เข็ด แต่ที่ทำไม่ไ้ด้เพราะเป็นซินนี่แหละ นัทมองดูคนที่ยืนร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ ตากลมโตมีน้ำตาคลอหน่วยและไหลลงมาเรื่อย ๆ ปากเล็กเบะร้อง มันก็น่ารักอยู่หรอก แต่เขาจะทำยังไงดีล่ะ
 
"อ่ะ ๆ เลิกร้องก่อนมา ๆ" เอื้อมมือไปดึงคนร่างบางตรงหน้ามากอดปลอบ ลูบหัวกลมเบา ๆ
 
"นะให้ ซิน ไป ด้วย น้า" เสียงพูดอู้อี้ตรงอกทำเอามาเฟียของแฟนคลับต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเวลาไหนเขาก็ไม่เคยเอาชนะนางฟ้าของทุกคนไ้ด้จริง ๆ
 
 
ตอนนี้ทั้งคู่อยู่บนรถ  ห้ามไม่ได้จนป๊ากับม๊าลงความเห็นว่าปล่อยแล้วกัน นัทจึงโทรหาพี่โอ๊ตดูเหมือนทางนั้นก็ไม่ได้ว่าอะไร ดีซะอีกเผื่อซินจะจำอะไร ๆ ได้บ้างถ้าได้อยู่ในสถานที่คุ้นเคยหลาย ๆ ที่เห็นว่าหลายคนบ่นคิดถึงกันใหญ่ อยากเจอบ้างแต่นัทบอกพี่โอ๊ตแล้วว่าไม่อยากให้อะไรกันมากมาย ซินจะงงเอาเปล่า ๆ
 
"นัทจะไปไหนอ่ะ" พอรถจอดสนิทก็โดนทำถามที่ตอบยากชะมัด
 
"ทำงานครับ มาเถอะ" ร่างเล็กทำหน้าลังเลก่อนจะก้าวลงจากรถ แต่ทันทีที่เ้ท้าแตะพื้นก็กอดแขนคนตัวใหญ่แน่น
 
นัทพาคนที่เกาะเป็นตุ๊กแกไม่ยอมปล่อยเดินเข้าตึก ทีอย่างนี้ล่ะเกาะแน่นเชียว ทีตอนปกติอย่าหวังเถอะว่าจะแตะคุณซินได้หวงเนื้อหวงตัวยังกะอะไร
 
"น้องซิน / ซิน เป็นไงบ้าง" ทุกคนจะรู้ไหมนะ แต่รู้สึกคนที่เกาะแขนเขาอยู่จะเริ่มผิดปกติจนนัทต้องหันไปมอง
 
"ซิน.." สีหน้าหวาดกลัวเหมือนที่เขาเห็นตอนแรก มือที่จับแขนเขาอยู่เย็นเฉียบตั้งแต่เมื่อไหร่ หน้าตาจิ้่มลิ้มนั่้นหันมองซ้ายขวาอย่างหวาดระแวง
 
"ซินไปเถอะ!" เขาต้องรีบพาคู่หูไปห้องซ้อมที่นัทกับพี่โอ๊ตไว้ให้เร็วที่สุด ดูท่าซิืนจะเมาคลื่นคนซะแล้วเพราะตั้งแต่เดินเข้ามาทุกคนก็ให้ความสนใจ เรียก ทักทาย ตลอด ซินคงจะงง และสับสนอยู่ไม่น้อย ว่าคนพวกนี้คือใคร
 
"ซินเป็นอะไร" จับให้ร่างบางนั่งลงบนโซฟาในห้องซ้อม ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ คนที่ยังมือเย็นไม่หาย
 
"ซินกลัว ใครอ่ะ เยอะแยะไปหมด แล้วทุกคนรู้จักซินได้ยังไง เค้าถามอะไรซินอ่ะ แล้วซินจะต้องทำตัวยังไง เมื่อไหร่ซินจะหายน่ะนัท ฮึก! เมื่อไหร่ซินจะทำทุกคนได้ ฮึก! ฮือ"  ร้องอีกแล้ว ทำไมซินถึงดูเปราะบางขนาดนี้นะ นัทกอดปลอบคนที่กำลังสับสน ซินรู้ว่าตัวเ่องไม่สบายแต่คงจะทำอะไรไม่ได้สินะ ไม่รู้ว่าต้องทำยังไงให้ตัวเองหายจากสิ่งที่เป็นอยู่ ถ้าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองพวกเราจงดลให้ซินหายไว ๆ อะไรก็ได้ที่นัททำได้นัทก็จะทำ  ขอกำลังใจจากแฟนคลับเชื่อมโยงจิตใจนางฟ้าของทุกคนให้คิดอะไรออกบ้าง ให้จำอะไรได้บ้างก็ยังดี......... 
 
 
 
 
 

edit @ 7 Sep 2011 19:48:31 by Sincere-over

edit @ 8 Sep 2011 20:22:46 by Sincere-over

SF singular สูญเสียความทรงจำ Part 1

posted on 30 Jul 2011 19:08 by sincere-over
"ซิน ลูกอย่าเป็นอะไรนะ" 
 
"คุณป้าใจเย็น ๆ ครับซินต้องไม่เป็นอะไร" มือหนาเอื้อมไปประคองคนที่เป็นมารดาของคู่หูที่ตอนนี้อยู่ในห้องฉุกเฉินไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดอะไร ......ใจมันจะขาดอยู่แล้ว......ตั้งแต่ได้ยินว่าซินประสบอุบัติเหตุ เขาถึงกับต้องใช้เวลาเีรียกสติตัวเองกลับมาและหาทางมาโรงพยาบาลได้ก็เกือบบ้าไปเหมือนกัน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้สภาพซินเป็นยังไง 
 
"คุณลุงพาคุณป้าไปทานข้าวซักนิดเถอะครับนี่ก็จะเย็นแล้ว ตั้งแต่เที่ยงยังไม่ได้ทานอะไรกันเลย เดี๋ยวทางนี้ผมจัดการเอง ซํกพักพวกพี่โอ๊ตคงมา" หันไปบอกคุณพ่อของซินที่ตอนนี้กำัลังเดินเข้ามาหาภรรยาที่ยืนอยู่ไม่ห่างจากหน้าห้องฉุกเฉิืน
 
"ป้ากินไม่ลงหรอกนัท"
 
"ถ้าคุณป้าไม่ทานอะไร เป็นอะไรไปอีกคนแล้วใครจะดูแลซินละครับ" พูดตะล่อมให้ผู้เป็นแม่ได้คิดถึงลูกถึงจะยอมทำอะไรเพื่อตัวเองบ้าง 
 
หลังจากออกจากห้องฉุกเฉิน ซินก็ยังไม่ฟื้นทำเอาคนรอบข้างถึงกับใช้ชีวิตประจำวันกันไม่เป็น ยิ่งตัวนัทเองยังไม่ยอมกลับบ้าน พ่อกับแม่มาเยี่ยมซินจึงต้องหอบเสื้อผ้าลูกชายมาให้ด้วย...... เพราะนักร้องดังประสบอุบัติเหตุบรรดาแฟนคลับต่างแห่กันมาที่โรงพยาบาล จนต้องประกาศออกสื่อว่างดเยี่ยม นัทถึงกับต้องออกไปพบแฟนคลับด้วยตัวเอง อธิบายให้แฟนคลับเข้าใจว่าไม่ควรที่จะอยู่กันที่นี่ สัญญาว่าจะิัอัพเฟรชบุ๊คทุกชั่วโมง เขารู้ว่าแฟนคลับเป็นห่วงซินมากแค่ไหน เขาก็ไม่ต่างกัน แต่ถ้ายังอยู่กันที่โรงพยาบาลคนป่วยคนอืีนก็จะไม่สะดวกไปด้วยเพราะแฟนคลับมากันเยอะเกินไป
 
"ทางบริษัทว่าไงมั่งพี่โอ๊ต" หลังจากที่เคลียร์เรื่องแฟนคลับเสร็จก็เดินเข้ามาในห้องคนป่วยที่ยังไม่รู้สึกตัวและเอ่ยถามผู้จัดการส่วนตัวที่มาเยียมเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา
 
"ก็ดรอปงานทุกอย่าง ยกเลิกกิจกรรมไว้หมด และจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของซินเอง แต่เขาให้กุมาถามมึงว่า จะไป ฟิทเจอร์ริ่ง กับวงอื่นได้ไหม" อย่างน้อย ๆ ก็ยังมีนัทซิงกุล่าร์ แต่ก็ยังดีที่ให้โอกาสเลือกไม่มาบังคับว่าควรจะทำ
 
"ไม่อ่ะพี่ อย่าว่าผมอย่างนั้นอย่างนี้เลย ผมไม่มีกะใจจะำทำอะไรหรอก ซินยังไม่ฟื้นเลย พี่โอ๊ต...เ่อ่อ คือ..ผมขอดูแลซินก่อนได้ไหม ให้ซินฟื้นและดีกว่านี้ แล้วจะให้ผมทำอะไรก็ค่อยว่ากัน" คำพูดร้องขอที่ติดเกรงใจอยู่้ แต่เขาคิดอย่างนี้จริง ๆ อย่างน้อยให้ซินฟื้นมาส่งยิ้มให้กำลังใจเขาบ้างก็ยังดี....สายตาเหลือบมองคนที่ยังนอนนิ่งบนเตียงโรงพยาบาล ซินเหมือนคนนอนหลับ มีเพียงรอบศรีษระที่มีผ้าสีขาวพันรอบ กลุ่มผมยาวสวยทิ้งตัวแผ่ตามหมอนสีขาว ...ตากลมโตที่เคยสดใสบัดนี้หลับพริ้ม...หน้าขาวใสซีดลงไป ริมถึงริมฝีปากดูแห้งผาก แต่ก็ยังดูเหมือนนางฟ้าคนเดิมไม่มีผิด  หมอบอกว่าหัวซินถูกกระแทกถึงไม่แรง แต่ตรงจุดพอดี ซึ่งคนที่ทั้งชีวิตอยู่แต่กับกีตาร์ว่าคำว่าตรงจุดคือตรงไหน และตอนนี้ต้องรอซินฟื้นถึงจะรู้ว่าจะมีผลต่อความรู้สึกนึกคิดหรือความทรงจำของซินยังไงบ้าง ทุกคนได้แต่ภาวนาว่าอย่าให้เป็นอย่างที่หมอว่าเลย
 
"ตามใจมึง เฮ่อ! กุยังทำใจไม่ค่อยได้เลยเหมือนกันว่ะ มึงก็ใจเย็น ๆ ละกัน มันคงไม่เป็นอะไรมากหรอก"
 
....ทุกขอให้เป็นอย่างนั้นรวมทั้งเขาด้วย....
 
"ม๊าจ๋า ม๊าจ๋า ซินหิวน้ำ" .......
 
"ม๊าจ๋า ป่ะป๊า ฮึก ซินหิวน้ำ" เสียงสะอื้นเบา ๆ ของคนที่นอนอยู่บนเตียงทำให้คนที่เคลิ้่ม ๆ อยู่บนโซฟาเพราะได้ไม่ได้นอนมาทั้งวันทั้งคืนเด้งตัวลุกขึ้น 
 
"ซิน ซินฟื้นแล้ว คุณลุงครับ คุณป้าครับ" เสียงทุ้มเปล่งออกมาอย่างดีใจสุดกู่ พร้อมกับหันไปบอกคนสูงวัยทั้งสองที่พึ่งเดินเข้ามาพอดี หลังจากออกไปทำธุระปล่อยให้เขาเฝ้าซิน  
 
"ซิน ลูก ซินนี่ม๊านะลูก นี่ป๊าไง" ดวงตากลมโตที่มีน้ำตาคลอเพราะเรียกหาคนทั้งสองจ้องมองบุพการีแล้วยิ้มสดใสให้ ทำเอาคนเป็นแม่ถึงกับน้ำตาไหลออกมา
 
"ฮึก ซิน ไม่เป็นไรแล้วลูก ฮืออ" เพราะรอเวลาลูกชายฟื้นขึ้นมา หนึ่งวันกับหนึ่งคืนมันนานเหมือนเป็นปี
 
"ซิน นี่น้ำ" หลังจากที่ได้ยินว่าคู่หูหิวน้ำก็รีบวิ่งไปเอาน้ำและเสียบหลอดให้คนป่วยด้วย ปากยังยิ้มไม่หุบ แต่ทันทีที่ส่งแก้วน้ำไปจ่อตรงหน้าคนที่ถูกพยุงให้ลุกขึ้น กลับถูกปฏิเสธด้วยการส่ายหัวไปมา ช้า ๆ ยังไม่รวมสายหวาดระแวงที่ส่งออกมาด้วย
 
"ทำไมล่ะซิน ไหนซินว่าหิวน้ำไง น้ำอุ่นอย่างที่ซินชอบไง" ยังอธิบายให้คนสวยฟังได้ แต่ภายในใจกลับเต้นไม่เป็นจังหวะ
 
"ใคร!"
 
"ซินนี่นัทไงลูก!! ซินจำนัทไม่ได้เหรอ" คนเป็นพ่อจับแขนลูกชายเขย่าเบา ๆ  ....สิ่งศักดิ์สิทธิ์ขออย่าให้เป็นอย่างที่คิดเลย...
 
"นัท!  นัทไหน"
 
แค่ทำพูดไม่กี่คำของคนที่พึ่งฟื้นไข้ ทำเอาอีกสามคนถึงกับใจหล่นหายไป นี่ซินเป็นอะไร
 
"ซินลูก ฮึก ซิน นัทเพื่อนซินไงลูก นัทไง!! ฮืออออ"
 
"่คุณใจเย็น ๆ อย่าไปเร่งลูก" ผู้เป็นพ่อถึงกับต้องกอดภรรยาให้ออกห่างจากลูกชาย เพราะสายตาของลูกชายที่มองมาที่คู่หู มันบ่งบอกได้ชัดเจนว่าว่างเปล่า 
 
"ไม่เป็นไรครับ คุณลุงคุณป้า ใ้ห้ซินพักผ่อน เดี๋ยวผมจะไปตามหมอมาให้" ขายาวหันหลังกลับ เรียวแรงที่มีก่อนหน้าหน้าเหมือนถูกสูบให้หายไปจนเกือบหมด พาลเหมือนอาการไม่ได้นอนไม่ได้กินข้าวจะมากำเริบเอาตอนนี้ซะหมด นี่ซินจำเขาไม่ได้เหรอ ซินจำเขาไม่ได้........
 
/// จากที่หมอได้คุยและทดสอบแล้ว ความทรงจำคนไข้หายไปช่วงนึง เ่อ่อ คือ...ตอนนี้สมองคนไข้จดจำและมีความคิดอ่านแค่เด็ก 5 ขวบเท่านั้นเอง.......//// แต่ไม่ใช่ความจำเสื่อมนะครับ แค่ความทรงจำหายไป ฉะนั้นเขาจะจำได้แค่คนที่ผูกพันธ์กับเขาแค่ช่วงอายุเท่านั้นแค่นั้น เช่น พ่อแม่ หรือญาติพี่น้องคนอื่น ๆ ......../// คนไข้จะมีความทรงจำกลับมาเหมือนเดิืมแน่นอน แต่หมอบอกไม่ได้ว่าเมื่อไหร่ อยู่ที่ว่าเขาจะพยายามที่จะจดจำและคิดด้วยตัวเองหรือเปล่า และคนรอบข้่างต้องช่วยกันดูแล และค่อย ๆ ทำให้เขาจดจำและค่อยค่อยคิดว่าแต่ละสิ่งที่เจอมันผูกพันธ์กับเจ้าตัวยังไง///
 
ร่างหนาทรุดตัวลงนั่งลงที่โซฟาตัวเดิม ในหัวสมองเต็มไปด้วยคำถามมากมาย เต็มไปด้วยเรื่องที่ผ่านมา และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ....ในหัวสมองมีแต่คนที่นอนหลับอยู่บนเตียง...ในหัวสมองเขาตอนนี้มีแต่ซิน..
 
"ม๊าจ๋า ป๊าจ๋า" เสียงเล็ก ๆ ของคนบนเตียง ดึงคนที่คิดอะไรเพลิน ๆ ให้รีบรุดไปหา
 
"ซินตื่นแล้วเหรอ ป๊ากับม๊าไปซื้อของ ให้นัทอยู่เป็นเพื่อนซิน" เสียงทุ้มพูดอ่อนโยน ตากลมโตมองดูหน้าคนที่มายืนข้างเตียงตัวเองตาแ่ป๋ว คนนี้อีกละ ไม่เห็นรู้จัก...
 
"นัทเป็นเพื่อนซินครับ ซินไม่สบายเลยจำนัทไม่ได้"
 
"ซินไม่สบายเหรอ" เสียงงุ้งงิ้งถามกลับมา ทำไมเขาถึงไม่สบายนะ แล้วไม่สบายยังไงกัน แต่คนนี้เป็นเพื่อนเขาจริง ๆ เหรอ
 
"ครับซินไม่สบาย" เสียงทุ้มเอ่ยออกไป พร้อมกับมือหนาที่ยืนไปเกลี่ยผมที่ปกหน้าใสนั่นออก
 
"นัทเป็นเพื่อนซิน ก็ต้องเล่นกับซินใช่ไหม นัทจะเล่นเป็นเื่พือนซินใช่ไหม" แววตาสดใสเหมือนขึ้นมาเหมือนคิดอะไรสนุก ๆ ขึ้นมา ...ใช่สินะทั้งนัทและซินเป็นลูกคนเดียว ความเหงาจากการไม่มีเพื่อนมันเป็นยังไงเขารับรู้ได้ ซินก็คงเป็นเหมือนเขาสินะ
 
"ครับ นัทจะเล่นเป็นเพื่อนซิน"
 
หลังจากนั้นไม่กี่วันหมอก็ให้ซินกลับบ้านได้ แน่นอนว่านัทตามมาด้วยเพราะเจ้าตัวงอแง ไม่ยอมห่างจากเพื่อนใหม่ที่ตัวเองพึ่งรู้จัก แฟนคลับมารอให้กำลังใจกันหน้าหมู่บ้านกันจนรถแทบจะวิ่งไม่ได้ เพราะเข้าไปในตัวหมู่บ้านไม่ได้ 
 
"ใครอ่ะเยอะแยะจัง" ปากเล็กเ่อ่ยถามแต่ก็ฉีกยิ้มและบ๊ายบายอย่างสนุกสนานให้กลุ่มคนที่โบกไม้โบกมือและพยายามจะวิ่งตามรถ หลังจากที่รถวิ่งเข้าในเขตชุมชนหมู่บ้านแล้ว
 
"แฟนคลับเราไงซิน ซินจำพวกเขาได้ไหม เขาเป็นห่วงซินนะ เขาตามมาให้กำลังใจซินไง"
 
"แฟนคลับเหรอ อะไรน้อ" พูดพึมพำคนเดียว ใช้มือเล็กแตะที่ปากตัวเองและค้างไว้อย่างนั้นเพราะกำลังใช้ความคิดอยู่  แฟนคลับเหรอ...//พี่ซิน.. ซินจ๋า..รักซิน// เสียงเรียกแว่บเข้าใสในหัวสมอง หน้าสวยนิ่งสงบไปเล็กน้อย
 
"ฮึก  ๆ อึก"........
 
"ซินเป็นอะไร ร้องทำไม" ถึงกับทำอะไม่ไม่ถูกเมื่่ออยู่ดี ๆ คนสวยก็ร้องไห้ออกมา บุพการีทั้งสองต้องรีบช่วยกันปลอบยกใหญ่ เพราะนัทกำลังขับรถอยู่
 
"ซินร้องไห้ทำไมลูก" ถามลูกชายที่เอาแต่นั่งน้ำตาไหล สะอื้นเบา ๆ หัวกลมส่ายหัวช้า ๆ ผมนุ่มเคลียไหล่ตามแรงเหวียงเบา ๆ 
 
"ไม่รู้ฮะ ซินคิดถึง..ม๊าจ๋า ซินคิดถึงใคร ฮึก ใครอ่ะ" ปากเล็กพร่ำถาม พร้อมกับสะอื้นไห้ไปด้วย คนเป็นแม่ต้องกอดลูกชายไว้ ......จิตใต้สำนึกสินะ ความผูกพันธ์ที่ส่งถึงกันใช่มั๊ย ใจที่ส่งมามากมายมันคงเข้าถึงหัวใจดวงน้อย ๆ นี้ได้สินะ แฟนคลับที่มีหัวใจเป็นหนึ่งเดียวเหมือนกับที่่เจ้าตัวเ่อ่ยไว้ ... We are one....
 
to be continue... 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

edit @ 30 Jul 2011 20:58:06 by Sincere-over

SF singular ความผิด

posted on 29 Jul 2011 20:02 by sincere-over

มือเรียวเล็กผลักประตูเข้ามาในห้องซ้อมภายในบริษัท วันนี้มีนัดซ้อมเพื่อจะขึ้นแสดงไลฟ์เล็ก ๆ ซึ่งเป็นการรวมศิลปินในค่ายเพื่อโปรโมทกิจกรรมใหม่ที่ทางค่ายร่วมมือกับเครือข่ายโทรศัพท์ดัง.... เข้ามาถึงก็เห็นเพื่อนร่วมค่ายนั่ง นอน เดิน ทำกิจกรรมกันตามอัธยาศัยที่ควรจะทำ เพราะยังไม่ถึงเวลานัดแต่ก็มากันเกือบครบแล้ว ยกเว้น.....คู่หูเขาที่ไม่เห็นแม้เงา ตั้งแต่เข้าบริษัทมา เจ้าตัวโทรบอกว่ามาถึงบริษัทตั้งแต่ก่อนเที่ยงทั้งที่นัดซ้อมกันตอนบ่าย ตอนแรกก็แปลกใจว่าจะมาทำไมเร็วนัก แต่ก็ไม่ได้ถาม...

 

“ซินเซียร์ เชิญ ๆ มานั่งข้างพี่เลย เพราะเรามาเวลาไล่เลี่ยกัน” เสียงทุ้มของรุ่นพี่ร่วมค่ายดังขึ้น พร้อมกับเหยียดท้าวยาว ๆ ยันเพื่อนร่วมค่ายให้หลุดจากเบาะนุ่ม ๆ ที่เจ้าตัวเชิญชวนอีกคนไปนั่งเมื่อครู่

 

“เกี่ยว!!! ไรเนี่ยพี่แตมป์ จะให้ซินนั่งพี่ก็ลุกดิ๊ มาไล่ผมด้วยด้วยท่าทางผู้ดีแต่เกิดอย่างนี้ได้ไง”

 

“แอบด่ากุเหรอ น้องโต๋ หน้าตาไม่ดีเท่า แล้วอย่ามาเสนอหน้าแถวนี้ ชะริ่ว ชิ่ว ชิ้ววว มามะซิน มาหาพี่มะ” ปากสวยยิ้มบาง ๆ กับท่าทางขี้เล่นของรุ่นพี่ กำลังจะเดินเข้าไปตามคำชวน แต่...

 

“เฮ๊ย!! ซินนั่งนี่ นี่ไงของนัทอยู่นี่” เสียงร้อนรนจากด้านหลังดังขึ้น ซินหมุนตัวกลับไปมอง ก็เห็นมือกีตาร์หิ้วของพะรุงพะรัง ถุงหิ้วหมายเลข 7 หลายถุง ถูกวางไว้ที่โต๊ะกลางห้อง ก่อนจะวิ่งเจ๋อเข้ามาดึงกระเป๋าของดูโอ้ไว้ในมือเตรียมตัวเอาไปวางไว้ในที่ ที่ตัวเองเคยสถิตก่อนหน้าจะออกไปซื้อของ

 

“อะไรของมึงนัท ของมึงวางอยู่มึงก็ไปนั่งสิ แล้วจะเอาของซินไปทำไม” กำลังจะดึงแขนเล็กให้เดินตามแต่ก็โดนแสตมป์ขัดไว้ก่อน

 

“ก็!!...”

 

“ไม่มีก็..หรือว่าจะให้กุบอก ซิ..”

 

“เออ ๆ อยากให้นั่งตรงไหนก็เชิญ” ไม่พูดเปล่ายังเป็นคนเดินนำเอากระเป๋าสะพายสีดำที่คนสวยใช้ประจำไปวางตรงที่ว่างข้าง ๆ รุ่นพี่ ซินมองคนหน้ามึนแบบงง ๆ ที่วันนี้มาแบบแปลก ๆ ปกติถ้าเป็นอย่างนี้เคยฟังใครที่ไหนแทบจะฉุดกระชากลากเขาติดมือไปนั่งโดยไม่แคร์สื่ออะไร แต่ยังไงวันนี้...งง ๆ กับการกระทำคู่หู แต่ก็เดินไปนั่งข้างคนที่ยิ้มแป้นแล้นต้อนรับอยู่ ยังไม่รวมที่เห็นเพื่อนร่วมค่ายคนอื่นหัวเราะอะไรกันคิกคัก ท่าทางไม่ต้องบอกก็พอจะรู้ว่าแอบสมน้ำหน้ามือกีตาร์ของเขาอยู่ ก็ที่ผ่านมา กร่างไว้เยอะนิ

 

“นัทเอาน้ำอะไรเย็น ๆ มากินดิ๊” รุ่นพี่ขายาวอีกคนที่พึ่งเข้ามาถึงเมื่อครู่ เมื่อได้ที่นั่งก็จัดการสั่งคนหน้าขวางที่นั่งหน้ามุ่ยอยู่ก่อนแล้ว

 

“ซื้อมาให้แล้ว ก็มาเอาดิ๊” ....ไม่ยอมเป็นปกติ

 

“นัท Singular!!! เมื่อวาน..”

 

“นี่ครับ! เพ่โย่ง...โหยไปขรี้มาเหนื่อยไหมพี่ แหม่เหงื่อซกเชียว งั้นเอาเป็นโค๊กเย็น ๆ ละกัน นี่ครับ” ยังไม่ทันให้อีกคนได้พูดจบประโยค คนที่นั่งตาเขียวอยู่ ก็เด้งตัวลุกเหมือนติดสปริง หอบหิ้วโค๊กกระป๋องมาแทบจะใส่พานถวายให้คนที่นั่งไขว่ห้างกว้าง ๆ กระดิกเท้ายิก ๆ อย่างสบายใจ ไม่ลืมที่จะหยิบน้ำผลไม้ของคนสวยที่ซื้อแยกต่างหาก เพื่อจะเอาไปให้นักร้องได้กินให้ชื่นใจ

 

“เดี๋ยว ๆ พี่นัท!” ก่อนจะเดินไปถึงก็มีมือยาว ๆ ของมือเบสที่ขึ้นชื่อว่าเหมือนแฝดมาขวางไว้

 

“เอามานี่สิ น้ำผลไม้ที่ผมฝากพี่ซื้อให้พี่ซินใช่มะ” ไม่พูดเปล่ายังแย่งเอาถึงน้ำผลไม้ไปหน้าตาเฉย ทำเอาคนที่ตั้งใจเดินไปหาคนหน้าสวยต้องชะงัก

 

“ไอ้บาส!”

 

“อะไรครับ เพ่นัท Singular!” ไม่สะทกสะท้านกับเสียงครางหึ่ม ในลำคอคนหน้าผิดกฎ ยังหันมาถามแบบลอยหน้าลอยตา เหมือนกับบอกกลาย ๆ ว่า..แล้วจะทำไม

 

“เออ!!! ฝากไว้ก่อนทุก ๆคน” ได้แต่พูดกัดเคี่ยวเขี้ยวฟัน ทำอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ เดี๋ยวอะไร ๆ ที่ไม่ดีไม่งามจะภูกเปิดโปง ขาเรียวรีบหันหลังกลับ ไปกระแทกตัวนั่งลงบนโซฟา ซึ่งอยู่ห่างจากนักร้องของเขาพอสมควร ...เจ็บใจนัก ไม่น่าเลยยย..

 

“อ่าวซิน ไปไหนอ่ะ?” เสียงทุ้มของรุ่นพี่ทำให้นัทเงยหน้ามองไปยังคนต้นเสียงที่นั่งข้าง ๆ ซิน

 

“ซินจะไปนั่งกับนัท” คนสวยหยิบกระเป๋าพร้อมถือน้ำผลไม้กำลังเดินเข้าหาคู่หูที่ตอนนี้นั่งหงุดหงิออะไรซักอย่าง เขาก็อยากรู้เหมือนกัน ทำไมวันนี้นัทแปลก ๆ เมื่ออีกคนเงยหน้ามาเจอเขากำลังเดินไปหาก็ทำหน้าร่าเริง ยิ้มร่าขึ้นมา เหมือนซินจะเห็นมีหางโผล่ออกมากระดิกดุ๊กดิ๊กยังไงไม่รู้ แถมยังหันไปยักคิ้ว หลิ่วตาใส่ฝั่งตรงข้ามอีกด้วย อย่างนี้ไงใคร ๆ เขาถึงหมั่นไส้..

 

“นัทเป็นอะไรรึเปล่า” พอนั่งลงข้าง ๆ คนหน้ามึนที่เมื่อเห็นเขาเดินมาก็รีบขยับที่เก็บของตัวเองออกให้มีที่นั่งสำหรับนักร้องคนสวย  มือเล็กจับแขนมาเฟียเขย่าและเอ่ยปากถามออกไปเบา ๆ ให้ได้ยินกันสองคน ทั้งที่คนอื่นในห้องซ้อมเงี่ยหูกันเต็มที่ แต่ก็ต้องรีบทำไม่รู้ไม่ชี้เมื่อเห็นคนสวยตวัดสายตากลับไปมองที่ทำท่าอะไรกันพิกล

 

“เฮ้ย!! เปล่า ๆ นัทคงตื่นผิดเวลาเลยเอ๋อ ๆ น่ะ” รีบหาคำแก้ตัวให้สมเหตุสมผล เห็นคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเพราะไม่ค่อยอยากเชื่อ ยิ่งเหมือนว่ามีเหงื่อเม็ดเป้งผุดขึ้นเต็มแผ่นหลัง มองไปจะหาตัวช่วย แต่ก็เจอแต่สายตากวน ๆ ส่งกลับมา

 

“เหรอ งั้นรอซินแป๊บนะ” เอ่ยปากบอกดูโอ้ก่อนจะรีบวิ่งออกไป ทิ้งให้นัทนั่ง งง ๆ ว่าซินจะทำอะไร.... ร่างหนาถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วกระแทกแผ่นหลังกับโซฟานุ่ม

 

“นัทเอ๊ย !! ไม่สบายใจก็บอกเขาไปเถอะ เอ็งคิดเหรอว่าจะปิดซินได้ตลอดเหรอ...ซักวันมันก็ต้องรู้แหละ ไปบ้าตามไอ้พวกนี้ ประสาท!” นักร้องรุ่นพี่เจ้าของเพลงที่เกี่ยวกับดวงจันทร์เอ่ยขี้น พร้อมกับส่ายหัวอย่างปลง ๆ กับสถานการณ์ที่เป็นอยู่

 

“จริง ! ผมก็ว่างั้น อย่างมากก็โดนด่า ไม่เคยเห็นซินงอนใครได้นาน อย่าให้เขารู้ทีหลังจะดีกว่า ว่าไงพี่แตมป์” อดีตบอยแบนด์วงดังสนับสนุนคำพูดของรุ่นพี่ร่วมค่าย ที่เมื่อรู้สาเหตุแล้วไม่เห็นต้องมานั่งทำอะไรบ้าบอกันอยู่ พร้อมกับเอ่ยปากถามคนที่เป็นตัวต้นคิด ที่ตั้งแต่อยู่ในเหตุการณ์ จนเป็นคนเอาเรื่องนี้มาล้อเล่น

 

“เฮ๊ย! ไม่เกี่ยวโว้ย ก็นัทมันบอกกุเองว่าไม่ให้บอกซิน ก็ไม่บอกแล้วไง”

 

“ไม่บอกซินแต่แมร่ง ไล่บอกทุกคนในบริษัทตั้งแต่ยามดันพี่โอ๊ต แหม่รักษาสัจจะเห้ ๆ” นัทอดที่จะแขวะไม่ได้

 

“แล้วไงอ่ะ ก็ไม่ได้บอกซินไง! ไอ้นี่นิ แล้วแต่โว้ยกุไม่ยุ่ง ไปสารภาพเอาเองละกัน..”ทำเสียงรำคาญใส่คนเจ้าปัญหาที่ทำท่าหัวเสียสุดโต่ง

 

“พี่แตมป์ พี่ต้องช่วยพูดให้ผมสิ พี่เป็นคนพาผมไปนะ” ปรับสีหน้าเป็นอ้อนตีน อืม.. อ้อนวอน รุ่นพี่ร่วมค่ายอย่างเต็มที่ ก็มีคนเดียวที่จะพอช่วยได้เพราะเมื่อวานไปด้วยกัน และเป็นคนพาเขาไปด้วย จะทิ้งกันอย่างนี้ได้ยังไง

 

“แล้วหมาตัวไหนวะ ที่ชวนกลับแล้วไม่กลับ แหม..ผมจะโชว์ลีลาดริฟรถให้ดูนะพี่ ดริฟให้กูดูไม่พอยังไปพนันขันต่อ จนเอานาฬิกาข้อมือที่ซินมันซื้อให้ไปเป็นเครื่องต่อรอง แล้วยังไปกร่างประกาศตัวว่าผม นัท singular นะครับ ..พอตัวครับ ...เป็นไงแพ้ยับกลับมาอย่างนี้ หน้าแตกยับเยิน กว่าจะต่อรองเป็นเงินแทนนาฬิกาได้ก็แทบลากเลือด เพราะดันไปคุยเรื่องเงินกับไฮโซ ดีนะที่กุรู้จัก ไม่งั้นป่านนี้เอ็งได้ไปหาที่ทำนาฬิกาจำลองแน่ ๆ” ......ความจริงที่ได้ฟังเหมือนกับเอาขวานมาปักกลางหลังมาเฟีย... ลำดับเหตุการณ์ได้เป๊ะมาก... มันก็เริ่มจากคำชักชวนของคนที่คุณก็รู้ว่าใครนั่นแหละ  รู้ก็รู้ว่าเขาได้อยู่แหล่งกิจกรรมที่ชื่นชอบเมื่อไหร่ ห้ามใจห้ามความคึกคะนองได้ที่ไหน พอ ๆ กับเวลาเล่นกีตาร์แล้วจะหลุดไปอีกโลกนึงนั่นแหละ แล้วดันมาเขาไปสนามแข่งรถ ที่บังเอิญว่ามีแข่งการดริฟรถด้วย ละ ละ แล้วจะให้คนชื่นชอบการดริฟรถ อดรนทนไหวได้ยังไง๊ และบังเอิญคู่แข่งมันเกิดมาชอบใจนาฬิกาบนข้อมือเขาซะงั้น ด้วยความมั่นใจว่ายังไงซะก็คงรักษานาฬิกาที่นักร้องของเขาให้มาได้ แต่กลับกลายเป็นโชว์ความพ่ายแพ้ และต้องเจรจาต่อรองเป็นเงินหรืออย่างอื่นแทน เผื่อจะสำเร็จก็แทบแย่ เพราะฝั่งนู้นหาว่าเขาผิดคำพูด มันจะชอบอะไรขนาดนั้น...ของ ๆ เขามักจะมีคนมาชอบด้วยตล๊อด ๆ...

 

“แล้วจะทำอีกไหมล่ะ”

 

“ใครจะกล้าเล่า! แค่นี้ก็เข็ดขี้ขึ้นสมองแล้ว” ตอบออกไปทั้งที่ไม่รู้ว่าใครเป็นคนถาม

 

“เย้ยย!! ซิน มาไง.... แฮ่ะ ๆๆ ไปไหนมาครับ... โอ๊ะ!! กาแฟ หอมอ่ะ ของนัทชะมะ ขอบคุณครับ..อ่าส์ชื่นใจ............. (- -“) “  แป่ว!!!! ได้แต่มองตามหลังคนสวยที่เดินกลับไปนั่งที่เดิมหลังจากที่ยื่นกาแฟให้ ...โดยที่ไม่ได้ยิ้มให้เหมือนเคย หน้านิ่ง ๆ  สายตาดูแคลนน้อย ๆ ที่ส่งมา ทำเอามาเฟียอยากจะนั่งร้องไห้มันตรงนี้ แล้วคนรอบข้างก็เป็นใจพากันสร้างบรรยากาศ..เงียบ..

 

“ซิน..” เดินเข้าไปนั่งลงข้าง ๆ ก่อนจะเรียกชื่อคู่หูเบา ๆ แต่กลับได้สายตาตำหนิสุด ๆ ส่งกลับมา... ทำเอาคนรอบข้างอดที่จะพากันขนลุกกับสายตาอย่างนี้ไม่ได้... นาน ๆ จะเห็นนางฟ้าโหมดเตรียมเหวี่ยง แต่ก็พากันกลั้นหัวเราะกับหน้าที่เหมือนหมากำลังจะโดนเจ้าของตีของหน้ามาเฟียไปด้วย

 

“…ตามซินมา ..ตอนนี้” ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะหันกลับมาบอกคนหน้ามึนที่ยังนั่งหน้าหงอยอยู่ นัทรีบเด้งตัวลุกขึ้นไม่ต้องรอให้ใครคอนเฟริมคำสั่งนักร้องคนสวยเป็นครั้งที่ 2 เดินตามออกไปต้อย ๆ ...สร้างความสะใจและสงสาร(นิดหน่อย)แก่บรรดาศิลปินร่วมค่ายเป็นอย่างยิ่ง...

 

ตอนนี้ทั้งคู่มาหยุดที่ห้องประชุมเล็กที่เอาไว้เรียกประชุมย่อยต่าง ๆ ของศิลปินกับผู้จัดการส่วนตัว.... คนสวยเดินไปหยุดที่กลางห้อง ก่อนจะหมุนตัวหันมามองคนที่เดินตามเข้ามาติด ๆ ก็อยากจะสงสารอยู่หรอกนะแต่ไม่ใช่ตอนนี้

 

“นัท.!”

 

“ครับ”

 

“ซินเคยขอไม่ให้คุณทำในสิ่งที่คุณชอบไหม”

 

“....ก็ไม่เคย.....” อัญเชิญตัวเองไปนั่งเก้าอี้ข้าง ๆ ที่คนสวยยืนอยู่ ก่อนจะตอบก้มหน้าตอบคำถามแบบอ้อมแอ้ม..

 

“ซินเคยขอให้คุณทำอะไรที่เหลือบ่ากว่าแรงหรือเปล่า..” คำถามที่ถามออกไป... มาเฟียยังเดาไม่ออกว่านักร้องคนสวยตั้งใจจะบอกอะไรเขา

 

“เปล่าครับ นัททำให้ซินได้หมด...” เขาทำให้ได้จริง ๆ ซินจะขอให้ทำอะไรก็ได้ เพราะสิ่งที่ซินร้องขอมันมีเหตุมีผลเสมอ

 

“แล้วซินขอแค่ อย่าทำอะไรเกินตัวทำไมนัทไม่ฟังซินบ้างล่ะ”

 

“.......” ใช่ซินเคยขอไม่ให้เขาทำอะไรที่มันเกินตัว เกินไป เอาแค่พอดี อย่าเยอะ อย่าเวอร์เพราะทุกอย่างมันจะเข้าตัว เหมือนเหตุการณ์ครั้งนี้ไง

 

“หรือซินยุ่งเรื่องส่วนตัวของคุณมากไปหรือเปล่านัท”

 

“ซิน นัทขอโทษ”

 

“เฮ่อ!... ซินไม่ได้โกรธนัท  ก็แค่ไม่พอใจนิดหน่อย เพราะคิดไปมันก็เป็นเรื่องของนัท แล้วนาฬิกานั่นให้นัทไปแล้ว นัทจะทิ้งหรือเอาไปทำอะไรก็เรื่องของนัท ซินคงว่าไม่ได้ แต่ถ้านัทจะคิดซักนิดว่าคนให้จะรู้สึกยังไง ถ้านัททิ้งขว้างมันไปจริง ๆ ดีกว่าไม่คิดอะไรเลย”  เห็นหน้าหงอย ๆ นั่นแล้วก็สงสารว่าจะไม่พูดอะไรมาก แต่พอพูดแล้วก็หยุดไม่ได้ จะว่าไม่คิดคงไม่ใช่ เพราะถ้านาฬิกาที่อุตส่าห์ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดคู่หูเกิดหายไปทั้งที่เห็นใส่ประจำ เขาคงเสียเซลฟ์อยู่ไม่น้อย

 

“ทำไมนัทจะไม่คิดล่ะ วันนั้นให้ตายยังไงนัทก็ไม่ถอดนาฬิกา นัทผิดที่มั่นใจในตัวเองเกินไป”  ไม่ได้คิดว่าคนที่ทำประจำกับคนทีนาน ๆ ทีมีโอกาสมันคนละชั้นกัน

 

“ซิน นัท ขอโทษ ทีหลังนัทจะไม่ทำอะไรที่ไม่ประเมินกำลังตัวเองอีก”

 

“ซินไม่ว่าหรอกนะที่คุณชอบน่ะ แต่อย่าลืมนะว่าความเลินเล่อ ทำอะไรเกินตัวน่ะ อย่างเรื่องรถเรื่องลา มันจะตามมาด้วยความสูญเสีย อุบัติเหตุอะไรก็ได้ที่เราคาดไม่ถึง ...เฮ่อ! ซินพูดไปคุณจะเข้าใจหรือเปล่า...ซิน ซินแค่ ไม่อยากเห็นคุณเป็นอะไรไป    แล้วก็ ซิน เอ่อ ...ไม่อยากเสียคุณไป” เสียงสุดท้ายเบาลงจนเหมือนกระซิบ แต่เสียงกระซิบมันดังเข้าไปถึงโสตประสาทของมาเฟีย และกำลังก้องอยู่ในหัวใจ

 

“นัทก็ไม่อยากไปหรอก นัทไม่อยากให้ซินโกรธ......แต่ไม่มีซินนัทคงไม่ตาย”

 

“........” ได้ยินแล้ว....ถึงกับลมหายใจขาดช่วง คนหน้าสวยจ้องหน้าคนพูดที่ตอนนี้ลุกขึ้นมายืนตรงหน้า ยืดอกสูดลมหายใจเข้า .....ก็รู้แล้วว่าไม่มีเขานัทคงไม่ถึงตาย ทำไมต้องพูดกันอย่างนี้ด้วย..

 

“ซินรู้แล้ว ขอโทษละกันที่พูดอะไรที่นัทฟังแล้วคงไม่เห็นด้วย ไม่มีซินนัทคง..”

 

“ไม่ถึงตาย แต่ซินทำให้อากาศบริสุทธิของนัทหายไปกว่าครึ่ง ไม่ถึงกับตายแต่หายใจลำบาก....ยกโทษให้นัทนะ” มือใหญ่เอื้อมมาขยี้กลุ่มผมนุ่มเบา ๆ ก่อนจะรั้งตัวคนสวยที่ทำหน้าอึ้ง ๆ กับคำพูดเสี่ยว ๆ ของเขาไปไว้ในอ้อมกอด

 

“เสี่ยวได้โล่ จริง ๆ” เสียงอู้อี้เบา ๆ ในอกของมาเฟีย แต่ปากบางก็ยิ้มกว้างพอ ๆ กับคนที่พึ่งปล่อยคำเสี่ยว ๆ ออกมา

 

.............ขาดกันไปบอกไม่ได้ว่าจะเป็นยังไง  รู้แค่ว่าเพราะมีกัน ถึงมีทุกวันนี้ ไม่มีกันไม่ถึงตาย แต่ หายใจไม่คล่อง ไม่มีกันไม่ถึงกับอยู่ไม่ได้ แค่อยู่ไปแล้วไม่มีความสุขเหมือนที่ผ่านมา ....แค่นั้นเอง....

edit @ 29 Jul 2011 21:09:11 by Sincere-over

SF singular แอบโหวต

posted on 26 Jul 2011 21:16 by sincere-over

นิ้วมือที่เคยเกากีตาร์จนเคยชิน ตอนนี้นั่งคลิกเมาท์ซะเสียงดังสนั่น ทำเอานักร้องคนสวยที่พึ่งอาบน้ำเสร็จเดินออกมาจากห้องน้ำ ต้องหันไปมองว่า...ทำอะไร แต่แผ่นหลังหนา ๆ นั่นบังโน๊ตบุ๊คที่เจ้าตัวนอนเล่นอยู่บนเตียงภายในห้องของโรงแรมที่มาพักกันหลังจากเสร็จไลฟ์ที่ต่างจังหวัด ทำให้ไม่เห็นว่าดูโอ้กำลังทำอะไร ทำไมต้องตั้งหน้าตั้งตาทั้งคลิกทั้งพิมพ์ขนาดนี้ ไม่พอยังมีการหยิบบีบีมาจิ้มอีกหลายทีทำสลับการอยู่หลายครั้ง จนคนร่างบางเริ่มงงว่าตกลงมือกีตาร์เขาจะเล่นอะไรกันแน่ ระหว่างโน๊ตบุ๊คกับบีบี

 

“คุณไปอาบน้ำสิ ซินอาบเสร็จแล้ว” เสียงใสบอกคนที่กำลังทำกิจกรรมชวนฉงนอยู่บนเตียง

 

“เดี๋ยวสิ ยังใช้ไม่ครบยูสเซอร์เลย” ยูสเซอร์ใคร... แล้วใช้ให้ครบอะไร มือบางชะงักจากที่กำลังเช็ดผมอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะหันไปมองคนที่ยังง่วนอยู่ท่าเดิม

 

“อะไรของคุณ ยูสเซอร์อะไร”

 

“ก็ยูสเซอร์ใช้ โหว่..เฮ๊ย! ก็ยูสเซอร์เฟรสบุ๊คนัทไง ก็ไหนจะยูสของแฟนเพจ ไหนจะของตัวเอง นัทหมายถึงยังเช็คไม่ครบไง......แฟนคลับโพตส์ส่งมาเยอะเลย”    อะไรของเขาซินมองท่าทางเหมือนมีพิรุธของคนที่รีบกระตือรือร้นคลิกปิดหน้าจอที่ใช้งานอยู่ แล้วหันมาส่งยิ้มแหย ๆ ให้ ก่อนจะเด้งตัวลุกจากเตียงนุ่มเดินตรงมาหาเขา

 

“ซิน ซินว่าแฟนคลับจะยังรักเราเหมือนเดิมป่ะ เพราะช่วงนี้เราไม่ค่อยมีงานแล้วอ่ะ” มือหนาดึงผ้าเช็ดตัวผืนที่อยู่ในมือเล็กมาถือไว้เองโดยที่คนสวยยังไม่ทันตั้งตัวเพราะมัวแต่ฟังคู่หูถามอยู่ ก่อนจะถูกดันให้นั่งลงเก้าอี้หน้ากระจกบานใหญ่

 

“ไม่รู้สิ แต่ยังไงซินก็เชื่อใจแฟนคลับเรานะ เขาคงให้การสนับสนุนเราอยู่ ดูจากวันนี้สิ เห็นหน้าแฟนคลับเจ้าประจำแทบทุกคน แล้วยังมีหน้าใหม่มาให้กำลังใจเราเพียบเลย ซินยังดีใจไม่หายเลย” ปากเล็กพร่ำพูดสิ่งที่ตัวเองคิดอยู่ในใจ วันนี้คนเยอะมากจนเจ้าของร้านยิ้มแก้มปริ เสียงตะโกนคำว่าคิดถึง รักนัท รักซิน ยังก้องอยู่ในหู ก็ช่วงนี้งานพวกเขาห่างแล้ว เพราะเตรียมตัวออกอัลบั้มใหม่ คำว่าคิดถึงมันก็กรุ่นอยู่ในใจของพวกเขาเช่นกัน

 

“ทำไมนัทถามอย่างนั้นล่ะ” หัวเล็กโยกไปมาตามจังหวะของมือหนาที่กำลังใช้ผ้าเช็ดตัวซับและเช็ดกลุ่มผมยาวสลวยอยู่

 

“เปล่า...นัทก็แค่ถามดู... ยังไงนัทก็คิดเหมือนซินแหละ” เงยหน้าจากหัวกลมขึ้นมองหน้านักร้องคนสวยในกระจก เขาเชื่อใจแฟนคลับเสมอ ถึงรู้ว่าคงไม่ตลอดไป แต่ก็เคยแอบคิดว่าจะนานแค่ไหน

 

“หอมจัง นัทใช้มั่งสิ” ก้มหน้าลงดมผมนุ่ม ก่อนจะชะโงกหน้าใช้ความมึนเอ่ยปากขอใช้แชมพูร่วมกับอีกคน ซินย่นคิ้วเข้าหากัน ก่อนจะหันไปบอกดูโอ้อย่างงง ๆ

 

“ก็แชมพูที่นัทซื้อให้ซินไง ซินก็ว่ามันหอมดี แล้วนัทบอกซินเองนิว่ากลิ่นเดียวกับของนัท ตกลงไม่ได้ใช้ยี่ห้อนี้เหรอ” มือเล็กหยิบเส้นผมตัวเองมาดม ก่อนจะหันไปมองหน้าคนที่ทำหน้าเอ๋อรออยู่ก่อนแล้ว

 

“อ่ะ เหรอ เหรอ ใช้ ๆ” ใครจะกล้าบอกว่าไม่แน่ใจ ก็ตอนซื้อให้ เขาก็ดมแล้วว่า(เหมือน)จะใช่  ก็รีบซื้อตัดหน้าเจ้าตัว เพราะอยากให้ใช้กลิ่นเดียวกัน จนพี่โอ๊ตแซวว่าเหมือนหมาสร้างอณาเขต ผิดตรงที่เขาไม่ได้ฉี่รดทำกลิ่นไว้แค่นั้นเอง ขืนบอกว่าซื้อผิดกลิ่นก็หน้าแตกกันพอดี เอาไว้เข้าไปดูแล้วค่อยเนียนเปลี่ยนเอา

 

“แล้วได้เอาไดร์มาเปล่าเหอะ”  รีบเปลี่ยนเรื่องก่อน ขาเรียวดินไปที่กระเป๋าคู่หูก่อนจะถือวิสาสะเปิดดูข้างในโดยไม่รอคำตอบ

 

“เอามา !!....รึเปล่า?” ตอบเองไม่แน่ใจเอง คิ้วเรียวขมวด...คิดอยู่ว่าเอามารึเปล่า ส่วนอีกคนก็รื้อค้นของคนสวยซะทั่วกระเป๋า

 

“ไม่มีเหอะ ว่าแล้วต้องลืม” พอค้นเสร็จก็จัดการพับและเก็บให้เรียบร้อยเหมือนเดิม ไม่ลืมที่จะหยิบชุดนอนลายแมวจี้ ออกมาวางไว้ให้อีกคนด้วย จะได้ไม่ต้องค้นอีกรอบ

 

“ก็มันเยอะอ่ะ ซินก็ลืมสิว่าต้องเอาอะไรบ้าง” หันมาทำหน้ายุ่งใส่คนร่างสูง รีบแก้ตัว ก็วันนี้เขาจัดกระเป๋าคนเดียว ไม่มีมือกีตาร์โทรไปเช็คเหมือนทุกครั้งว่าเอานั่น-นี่ หรือยัง มือกีตาร์นั่นแหละตื่นสายลำพังตัวเองยังเอาตัวไม่รอดเลย ก็เลยไม่ได้ทำหน้าที่เหมือนที่เคย

 

“ไม่ได้ว่า ปากแทบจะชิดจมูก งอนไง๊” ทำเสียงกวน ๆ ใส่คนที่นั่งหน้างออยู่หน้ากระจก มือใหญ่เริ่มทำหน้าที่เหมือนเดิม เช็ดผมให้คนขี้ลืมให้แห้ง

 

“ฮ้าววว! ซินง่วงแล้วอ่ะ” มือเล็กยกขึ้นปิดปากหาวยาว แสดงให้เห็นว่าเริ่มจะอยากขึ้นเตียงนุ่ม ๆ และเข้าสู่ฝันหวานแล้ว แต่...

 

“ยัง นอนอย่างนี้ไม่สบายพอดี” ปากพูดมือก็รีบเช็ดเร็วขึ้น เป็นอย่างนี้ทุกทีเช็ดผมให้ทีไรเป็นบ่นง่วงนอน มีครั้งนึงเช็ดยังไม่เสร็จเขาเดินไปคุยโทรศัพท์ตรงระเบียง เข้ามาอีกทีคุณทศนอนคว่ำอยู่บนเตียงฝันไปถึงภพหน้าแล้ว ทั้งที่ผมยังลู่ติดหลังอยู่เลย

 

“อือ !นัทอ่ะ” เอาแล้วไงเสียงง้องแง้งแสดงให้เห็นว่าเริ่มหงุดหงิดเพราะง่วงนอน

 

“เคร เชิญ ...ไปเปลี่ยนชุดนอนแล้วจะไปนอนฝันถึงใครก็เชิญ แต่อย่าให้รู้ละกันว่าไม่ใช่นัท” ร่างบางลุกขึ้นเบะปากใส่คนตรงหน้า แล้วเดินไปเปลี่ยนชุดนอนที่นัทหยิบมาวางไว้ให้ มือบางเหวี่ยงชุดคลุมไปพาดที่เก้าอี้ข้างเตียง ก่อนจะกระโดดขึ้นเตียงคิงส์ไซส์ที่นอนกันสองคน จัดการเอาหน้าซุกหมอน ก่อนจะเงยหน้าออกจากหมอน แล้วนอนหงายขึ้นมองดูนัทเดินเข้าห้องน้ำไป

 

“ไม่หลับซะงั้น” บ่นกับตัวเองเบา ๆ ทั้งที่เมื่อกี้ตอนนัทเช็ดผมให้ เอาหัวพิงพุงมาเฟียรู้สึกอุ่น ๆ ง่วงนอนขึ้นมาแต่พอขึ้นเตียงมานอนจริง ๆ กลับนอนไม่หลับ... สายตาเหลือบเห็นโน๊ตบุ๊คของมือกีตาร์เปิดหน้าจอค้างไว้ เช็คเฟรชบุ๊คดีกว่า เพิ่มสเตตัสให้แฟนคลับมาเมนต์ดีกว่า...คิดถึงจะแย่ วันนี้ก็เจอกันไม่นาน

 

“ขอซินเล่นหน่อยนะ นัทชคุณ” ขออนุญาตดูโอ้ด้วยฉายาที่แฟนคลับตั้งให้ ก่อนจะเข้า Google chrome ตากลมไล่ดูไอคอนที่เข้าชมบ่อยที่สุด เจอหน้าเฟรชแล้วแต่...สายตาดันดันไปสะดุดตรงไอคอน.. พึ่งปิด ...

 

“ร่วมโหวต แชลนอล วี” สงสัยจะเข้าไปดูคะแนนโหวตละมั้ง คิดได้อย่างนั้นก็เข้าไปดูซักหน่อย เมื่อคลิกเข้าไปก็เจอเปอร์เซ็นต์การโหวตคะแนนสูสีมาก ปากสวยคลี่ยิ้มบาง ๆ แฟนคลับเขายังน่ารักเหมือนเดิม เพราะอย่างนี้ทำให้เขากับนัทเต็มที่กับทุกคนเสมอ ถึงแม้ว่าพวกเขาเกิดไม่ชนะ แต่แค่นี้ก็รู้แล้วว่าทุกคนพยายามแค่ไหน ซินเปลี่ยนจากหน้าโหวตเข้าหน้าเฟรชบุ๊ค ยังยิ้มได้อย่างต่อเนื่องเมื่อเจอข้อความต่าง ๆ ทั้งบนหน้าแฟนเพจและในเฟรชส่วนตัว

 

“ไม่เห็นเป็นไรเลย รู้หรอกว่าเต็มที่แล้ว..” เสียงใสบ่นเบา ๆ ที่ข้อความแฟนคลับบางคนดูเครียดกับการโหวตรางวัลของพวกเขา

 

“คิก อิ อิ” เสียงหัวเราะทะเล้นหลุดจากปากสวยเมื่อเจอข้อความ ที่เข้ามาโอดครวญเรื่องการอ่านหนังสือสอบ พร้อมกับถ้อยคำตลก ๆ ที่เจ้าของข้อความแสดงให้เห็นว่าเจ้าตัวเริ่มใกล้บ้ากับเทศกาลสอบเต็มที่แล้ว

 

// Have a good dream krub สอบได้ สอบได้ โหวตกันเบา ๆ แต่บ่อย ๆ นะครับ// มือสวยพิมพ์ข้อความอัพสเตตัสตัวเองขึ้นหน้าแฟนเพจ ไม่นานก็มี Notic การกดไลค์และข้อความน่ารัก ๆ จากแฟนคลับตามมามากมาย

 

“อะไรของนัทเนี่ย?” รู้สึกว่าเริ่มไม่ถนัดเลยขยับตัวลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงเพื่อจะอ่านข้อความจากแฟนคลับให้หลับฝันดีซะหน่อย ทันทีที่ยกโน้ตบุ๊คขึ้นมาเพื่อจะวางบนตัก ตากลมโตเหลือบเห็นกระดาษ A 4 พับครึ่งวางอยู่ข้าง ๆ ตอนแรกไม่เห็นคงเพราะโน๊ตบุ๊คทับอยู่ มือเรียวหยิบขึ้นมาเปิดดู ไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วง แต่...ก็อยากรู้นิ

 

“ขั้นตอนการโหวตศิลปินที่คุณชื่นชอบ...ขั้นตอนการโหวต V นี่นา นัทปริ๊นออกมาทำไม แล้วนี่อะไร” เมื่อมองลายละเอียดที่เป็นตัวพิมพ์ ข้างล่างกระดาษที่เป็นที่ว่างมีข้อความที่เขียนด้วยลายมือหยุกหยิกของคู่ดูโอ้ เมื่อรู้ว่ามันคืออะไร คนสวยแทบอยากจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดัง ๆ เมื่อคิดย้อนกลับไปถึงพฤติกรรมน่าสงสัยตอนที่เขาเดินออกมาจากห้องน้ำ ที่ทั้งคลิกทั้งพิมพ์ ไหนจะกดบีบีอีก ก็สิ่งที่เขียนด้วยลายมือมันคือ User อีเมล์จำนวน 5 Id  แต่ละชื่อก็น่าขำ ทั้ง Nutkrub,Nut_nakrub กลัวเขาไม่รู้ว่าเป็นตัวเองหรือไง แล้วนี่อะไร Nut_L_Sin, ตัวย่อมันคืออะไรไม่แน่ใจ แต่ก็รู้สึกว่ามันคงจะดีแน่ ๆ

 

“เย้ย!! ซินทำไร” เสียงของคนหน้ามึน ที่ออกจากห้องน้ำหลังจากแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยเพราะเตรียมเสื้อผ้าเข้าไปด้วย เดินออกมา มองเห็นคนสวยกำลังเล่นโน๊ตบุ๊ค ตอนแรกก็ไม่อะไร มาสะดุ้งอีกทีตอนเห็นในมือขาวนั่นถืออะไรอยู่ เห็นอย่างนั้นแทบจะพุ่งหลาวจากหน้าห้องน้ำ แล้วทิ้งดิ่งลงตรงเตียงทันที

 

“ฮะ ฮ่า ๆๆๆ นัท..ไม่เห็นต้องโหวตเองเลย”

 

“ซินอ่ะ ก็..” พูดไม่ออกที่ถูกจับได้แล้วโดนหัวเราะใส่แบบนี้ รีบดึงกระดาษคืนมา นั่งทำหน้ามุ่ยแล้วหันหลังกลับหย่อนขาแตะพื้น ให้เพื่อนคนสวยรู้ไว้ว่าเหมือนจะงอนแล้วนะ

 

“นัท! ซินไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย แต่อย่างนี้ก็ไม่ใช่สิ่งที่มาจากแฟนคลับอย่างแท้จริงสิ รึนัทอยากชนะเพราะอวยตัวเองเหรอ” เสียงใสอ่อนลงเพราะเห็นว่าคนหน้ามึนเริ่มจะผิดปกติพร้อมกับคลานดุ๊กดิ๊กเอาหัวไปพาดบนตักคนขี้งอนเงยหน้ามองคางมนของอีกคน

 

“ไม่ใช่ นัทแค่...อยากให้ซินยิ้ม ดีใจเวลาได้รับรางวัล เห็นซินมีความสุข...นัทก็มีเหมือนกัน” เสียงทุ้มเอ่ยอ้อมแอ้ม เขาแค่อยากเห็นนักร้องนำของเขาขึ้นรับรางวัลและยิ้มอย่างมีความสุขเท่านั้นเอง บังเอิญว่าเปิดมาดูผลโหวตแล้วยังตามอยู่นิดหน่อยเลยจัดการตามขั้นตอน ซินดันมาเห็นก่อนไม่งั้นเขาคงจะใช้วิธีสมัครและโหวตที 100 User แน่ ๆ ...ทุกอย่างก็แค่อยากเห็นซินมีความสุขเท่านั้นแหละ

 

“ใครว่าซินไม่มีความสุข แค่เห็นทุกคนพยายามเพื่อเรา แค่มีนัทอยู่ข้าง ๆ แค่นี้ซินก็สุขจนล้นอยู่แล้ว” ตาโตเงยขึ้นสบตากับสายตาของอีกคนที่ก้มลงมองคนที่นอนหนุนตักตัวเองอยู่ และ.....

 

“นาททททท!!!!!!! ออกไป” จากซื้ง ๆ กลายเป็นสงครามย่อย ๆ เมื่อคนที่พึ่งสระผมด้วยแชมพูขวดเดียวกันแกล้งสลัดผมใส่คนที่นอนอยู่ เพราะยังไม่ทันได้เช็ดผมทำให้ทั้งหยดทั้งละอองกระเด็นใส่คนสวยที่ตอนนี้ตะเกียกตะกายหนี คนขี้แกล้งก็ยังตามไปสลัดผม ทำหัวงึกงักเหมือนคนเป็นลมชักใส่

 

“นี่แหน่ะ จะออกไม่ออก”ถ้อยคำเหมือนหมอผีกำลังไล่ผี.. แต่จริง ๆ คือมือเล็กจับหมอนที่ตัวเองเคยให้หมุนก่อนหน้าที่จะได้หนุนตักมาเฟีย ฟาดลงที่หัวเปียก ๆ ที่กำลังจะสลัดอีกที ถึงแรงฟาดจะไม่เยอะแต่ คนที่เหมือนจะเรียนแอ๊คติ้งการแสดงเพิ่มมาล้มตัวลงทำท่าชักแหง็ก ๆ จนคนสวยหัวเราะชอบใจ ก่อนจะค่อย ๆ ถอยหลังจนติดหัวเตียงเมื่ออีกคนลุกขึ้นด้วยท่าซอมบี้ยื่นมือออกมาเหมือนจะบีบคอเขา

 

“นัท!!! ไม่เอา!!” หลับหูหลับตาจะยกหมอนขึ้นฟากอีกที แต่ถูกมือกีตาร์ตุ๊กตาทองล้มทับทั้งหมอนทั้งคน

 

“นุ่มจัง” เสียงอู้อี้เพราะหน้าที่คว่ำลงกับหมอน

 

“เยอะ”ว่าแล้วจัดการยกมือเล็กขึ้นฟาดที่บ่ามาเฟียเบา ๆ

 

“แล้วโหวตไปเยอะยัง” ถามเพราะอยากรู้ไม่ได้ชวนทะเลาะ อย่างน้อยเขาอยากให้แรงโหวตมาจากแฟนคลับล้วน ๆ

 

“พึ่งเริ่มตอนซินถามว่านัททำอะไรนั้นแหละ พึ่งใช้แค่ 2 User เอง เมสเสจอีก 2 อัน” ตอบคำถามนักร้องไปทั้งทีตัวยังทับอยู่บนหมอนนุ่มที่ทับบริเวณต้นขาที่กึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่อีกทีนึง

 

“ช่างเหอะ ..นอนลงดี ๆ ซินเริ่มง่วงละ” ได้อยู่ใกล้นัทแล้วง่วงทุกที แค่รู้สึกว่าอบอุ่น ปลอดภัย รู้สึกวางใจที่จะหลับฝันหวานได้ไม่ต้องกังวล

 

“คร๊าบบบ” นัทเลื่อนตัวออกก่อนจะนอนลงที่หมอนอีกใบข้าง ๆ กัน ด้วยความเคยชินที่ต้องยกหน้าขึ้นดมกลุ่มผมหอมที่เจ้าของเลื่อนตัวลงมานอนระดับเดียวกัน

 

“ฝันดี เห็นผีอยู่ข้างเตียง”

 

“นัท!!” คำอวยพรที่ทำเอาคนสวยขนลุก จะหันไปต่อว่าคนที่อวยพรหลังปิดไฟหยก ๆ ก็ไม่ทันละเมื่อเจ้าตัวแกล้งหลับตาพริ้ม ในเมื่อทั้งง่วงและเริ่มกลัวนิด จึงซุกตัวเข้าหาอกของคนที่หลับตาไปก่อนหน้านั้น ความอบอุ่นวิ่งผ่านเข้ามาอย่างทุกครั้ง ไม่นานทั้งมาเฟียและนางฟ้าของแฟนคลับก็ดำดิ่งเข้าสู่นิทราแสนหวานทั้งคู่ เพื่อที่จะได้ตื่นขึ้นมามีวันที่ดีและทำอะไรที่ตัวเองรักเพื่อความฝันและแฟนคลับต่อไป....End..

edit @ 26 Jul 2011 21:18:48 by Sincere-over

ตึ่ง!!
 
ตากลมโตหันไปมองตามเสียงที่ดังจากด้านหลัง มองดูคนตัวใหญ่ที่จงใจเดินเตะเก้าอี้แล็คเชอร์ที่วางไว้สำหรับเขานั่งเขียนเพลง ใบหน้ากวน ๆ มองมาที่มือบางที่ตอนนี้กำลังถูกพี่ชายร่วมค่ายกำลังนวดคลึงเบา ๆ ด้วยยานวดเย็น ๆ ก็เมื่อครู่เขาดันเหวี่ยงมือไปฟาดกับขาไมค์จังเบ้อเร่อจนผิวขาวจัด แดงช้ำจนน่ากลัว
 
"อ้าวนัท เป็นอะไรวะ ซุ่มซ่ามซะ" โต๋เงยหน้าจากที่พยายามเกลี่ยยาทาบนมือบางเบา ๆ กลัวว่าจะช้ำหักไป เขาเห็นว่าน้องร่วมค่ายจะทาด้วยมือซ้ายเองคงจะไม่ถนัดจึงเป็นธุระให้ พอได้ยินเสียงดัง เงยหน้าขึ้นก็เจอกีตาร์แมนคนดังยืนทำหน้าบอกบุญไม่รับ สายตาจ้องตรงมือสองมือที่กำลังสาระวนกันอยู่ อยากจะหัวเราะให้ดัง ๆ จริง ๆ กับหน้าตาเหมือนกำลังถูกขโมยขึ้นบ้านแล้วมองเห็นหน้าขโมยจัง ๆ 
 
"นัท ไปไหนมาซินมารอคุณตั้งนานแล้วนะ" พูดแล้วชักมือกลับก่อนจะก้มหัวเป็นเชิงขอบคุณเพื่อนรุ่นพี่ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องทำอย่างนี้ทันทีที่เห็นนัท แต่มันเป็นไปเองโดยอัตโนมัติ แล้วสายตานั่นมันหาเรื่องชัด ๆ เขาไม่อยากทำให้โต๋งงมากไปกว่านี้ อย่างน้อย ๆ ของในห้องซ้อมไม่ต้องมีอันเป็นไปก่อนกำหนดเพราะฝีมือคนหน้าผิดกฏหมายที่ตอนนี้เริ่มขยับตัวเดินเข้ามาหาเขาแล้ว
 
"ซินเป็นอะไร ใครทำอะไร" นั่นไงโหมดมาเฟียประทุ ถ้อยคำห่วงใยแต่สายตายังจ้องหน้ารุ่นพี่ซะจนอีกฝ่ายเริ่มขยับตัวหนี ลองเห็นซินเจ็บทีไรคนอย่างนัทต้องหาคนรับผิดชอบ
 
"เฮ้ย! มองกุซะเหมือนกุผิดเลยไอ้บ้านัท ซินเค้าเหวี่ยงมือไปโดนขาไมค์เองนะโว้ย ไอ้นี่นิ คนอุตส่าห์ช่วยทายาให้ ไม่ชอบให้ใครยุ่ง ทีหลัีงรีบมาให้ทันเหตุการณ์ดิวะ เอ๊อ กุละเพลีย..." อธิบายให้ไอ้คนหวงจนออกนอกหน้าฟัง ไม่มีใครรู้หรอกว่าระหว่างสองคนนี้คืออะไร แน่นอนว่าไม่ใช่แฟน แต่สิ่งที่เป็นอยู่มันอธิบายยาก คนใกล้ตัวทั้งคู่พลอยเข้าใจคำว่า มากกว่าเพื่อน..ไม่ใช่แฟน..แต่ก็ไม่ใช่กิ๊ก..มันเป็นยังไง
 
"เปล่า ผมแค่จะบอกว่า ขอบคุณ แต่.."
 
"ทีหลังไม่ต้องใช่มะ.... ไอ้หมาหวงปลากระป๋อง 555 ไปก่อนนะซิน" โต๋รีบต่อให้เพราะรู้ว่ามันจะพูดอะไร ด่ามันไปดอกนึงก่อนจะออกตัวเร็วไม่ลืมที่จะหันไปบอกลาคนสวยที่นั่งทำหน้าไม่ถูกอยู่บนโซฟา หวงไว้เถอะ หาทางกินให้ได้ละกัน ก่อนที่จะมีหมาตัวอื่นรู้ทางเปิดลากไปกินซะก่อน เขายังไม่อยากเห็นหน้ากวน ๆ นั่นนั่งน้ำตาเช็ดเดฟขาด ๆ ตรงหัวเข่าหรอก..
 
"นัท เป็นอะไร แล้วไปไหนมาเนี่ย" เห็นว่าดูโอ้มานั่งลงข้าง ๆ ตัวเอง แล้วมือเริ่มอยู่ไม่สุข จับมือเขาไปลูบบริเวณรอยช้ำเบา ๆ เหมือนกับจะทับรอยอีกคน ถามออกไปหลังจากที่มานั่งรอร่วมชั่วโมง
 
"ก็นัทเห็นซินบอกว่าวันนี้ไม่มีซ้อมแค่มาดูคิวงาน นัทเลยแว๊บเข้าร้านกีตาร์ใต้ตึกแป๊บเดียวเอง" แน่นอนสำหรับเรื่องกีตาร์คำว่า แป๊บนี่คงไม่ใช่แป๊บธรรมดาแน่ คงเป็นแป๊บอย่างที่เห็นนี่แหละ มือใหญ่ยังวุ่นวนกับมือบางที่เป็นรอยแดงช้ำชัดเจน
 
"เจ็บมากเปล่า" เสียงทุ้มอ่อนลงผิดจากที่เสวนากับรุ่นพี่เมื่อครู่นี้อย่างชัดเจน ซินมองมือตัวเองที่ถูกคนหน้ามึนลูบไปลูบมาเหมือนตั้งใจจะให้มันหายไป ไม่ได้ชักมือกลับ แต่กลับยื่นมืออีกข้างออกไปหยิบเศษใบไม้เล็ก ๆ ออกจากกลุ่มผมดำของคนที่ก้มลงมองรอยช้ำนั่น ก่อนจะใช้มือแตะ ๆ บนผมเพื่อนร่วมวงที่วันนี้ผิดปกติไป
 
"ไมวันนี้ใส่เจลเยอะจัง แข็งอ่ะ มีกลิ่นด้วย " พูดแล้วก้มดมเส้นผมที่แข็งชี้เพราะเจลใ่ส่ผม ที่ปกติเจ้าตัวจะไม่ใส่เยอะขนาดนี้
 
"ก็รีบอ่ะ ตื่นสายเลยโป๊ะ ๆ มาก่อน เหม็นมากเหรอ" เริ่มไม่มั่นใจขึ้นมาซะอย่างงั้นเมื่อถูกคนหน้าหวานทัก มือหนาข้างที่ว่างเอื้อมขึ้นแตะ ๆ หัวตัวเองในขณะที่มืออีกข้างยังจับมือบางวางไว้บนหน้าขาตัวเ่อง เบา ๆ 
 
"ก็ไม่มาก นัทวันนี้ดูคิวงานเสร็จแล้วไปนั่งกินกาแฟใต้ตึกกันไหมพี่โอ๊ตชวน เห็นว่าเปิดใหม่ มีเค้กน่ากินเยอะเลย" เ่อ่ยปากชวนคนที่ยังจับ ๆ หัวตัวเองไม่เลิกลา จนต้องรีบเปลี่ยนเรื่องแล้วเอามือตัวเองไปจับมือหนาออกจากผมเจ้าตัว เพื่อให้หันมาสนใจที่เขาพูด
 
"แล้วแต่ซิน นัทยังไงก็ได้ ห๊าววว ง่วงอ่ะ ตื่นก่อนเวลาตั้งเยอะ"ไม่พูดเปล่า ร่างหนาเริ่มเลื้อยลงตามแนวยาวของโซฟาก่อนที่จะใช้ตักคนสวยต่างหมอน ทั้งที่มือใหญ่ยังไม่ปล่อยจากมือขาว ๆ นั่นเพียงแต่เปลี่ยนจากหน้าขาเป็นแก้มตัวเอง โดยที่อีกคนก็ไม่ได้ว่าอะไร แต่ใช้นิ้วมือที่ถูกกอบกุมอยู่แกล้ง บีบจมูกไม่ให้มาเฟียได้หายใจเล่น
 
"กะให้ตายไง๊ ไม่มีนัทแล้วจะรู๊สึ๊ก!" รีบให้มือตัวเองยกมือบาง ๆ ออกจากจมูกโด่ง มองเห็นคนขี้แกลังหัวเราะคิกชอบใจก็เลยพูดประชดประชันใส่
 
"รู้สึกดีไง๊" ทำเสียงล้อเลียนกลับ หน้าจิ้มลิ้มยังระรื่นที่ได้แกลังคนที่ยึดตักเขาไปครองตั่งแต่เมื่อครู่
 
"นัท ซินเจ็บนี่แหน่ะ!!" ระรื่นได้ไม่นานเมื่อไอ้คนหน้าเดียวมันแกล้งดึงผมสลวยที่ยาวมาเกือบละหน้าคนที่นอนอยู่บนตัก คงเป็นเรื่องเดียวที่นัทเอาคืนเขาได้ถึงไม่แรงมากแต่ก็เล่นกำซะเต็มมือ จึงจัดการฟาดมือลงบนหน้าผากของคนที่ทำหน้าสะใจน้อย ๆ ที่เอาคืนเขาได้ จนต้องรีบชักมือกลับมาลูบหน้าผากตัวเองป้อย ๆ
 
"ซินอ่ะ ชอบใช้กำลัง เฮ๊ย ! ไม่เอาแล้ว" ลูบหน้าผากตัวเองทำหน้าตาตัดพ้อ แต่คงส่งผลให้นางฟ้าหมั่นไส้มากกว่าสงสารเพราะเตรียมยกฝ่ามือจะประเคนให้อีกรอบ จนต้องร้องห้ามไว้ก่อน ทำได้ทำไป ยอมให้อยู่คนเดียวนี่แหละ เป็นคนอื่นรึป่านนี้คงได้วางมวยกันไปแล้ว.... แรก ๆ ความรู้สึกเหล่านี้ก็ทำให้เขาคิดอยู่ว่าเพราะอะไรถึงต้องยอมและทำอะไรเพื่อคนคนนี้มากมาย แต่ก็หาคำตอบไม่ได้จนไม่อยากสนใจจะหาแล้ว และตัดสินใจที่จะรับรู้แค่ว่าสิ่งที่ทำทั้งหมดก็แค่อยากทำ ทำแล้วตัวเขามีความสุข ซินมีความสุข ก็พอแล้ว..
 
"เฮ๊ย!! ได้ตารางงานละ ไปได้ยังรึจะนั่งให้มดขึ้น ตกลงว่าไงซินไปเปล่าที่ชวน" ผู้จัดการส่วนตัวเดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ตัวทั้งคู่ มารู้อีกทีก็เห็นพี่โอ๊ตมายืนเท้าสะเอวข้าง ๆ โซฟาแล้ว คนหน้าเป็นนอกจากไม่ยอมลุกแล้วยังยักคิ้วส่งให้พี่ชายคนสนิทเป็นเชิงบอกว่าจะอยู่ให้มดเจาะแล้วจะทำไม 
 
"ครับพี่ ไป ซินชวนนัทแล้ว นัทลุกดิ๊ เร็ว!" บอกกับผู้จัดการหนุ่มก่อนจะก้มลงบอกเพื่อนร่วมวงที่ยังทำเฉยเหมือนจะไม่ให้ความร่วมมือในการย้ายสาระร่างออกจากห้องนี้เท่าไหร่
 
"เย้ย ลุกแล้ว เอะอะให้กำลัง ตล๊อด ๆ" รีบเด้งตัวออกจากตักนุ่มเมื่อคนสวยยกกำปั้นทุบที่ต้นแขนเขา่ดัง ปึ๊ก! ก่อนจะกัดฟันทำท่าจะทุบอีกรอบ.... ร่างโปร่งลุกจากโซฟา เอื้อมมือไปหยิบผ้าพันคอของดูโอ้ไว้ ก่อนจะแกล้งเหวี่ยงใส่คอเจ้าของผ้าที่เดินเข้ามาใกล้เพื่อที่จะแย่งผ้าพันคอคืน จนมือบางต้องรีบจับผ้าไว้เพราะกลัวผ้าจะล่วงจากบ่า แล้วหันไปเบะปากใส่คนที่สามารถแกล้งเขาได้....ก็ได้แค่นี้แหละ
 
 
Coffee Corner and Cake bar
 
ทั้งสามคนกำลังเดินเข้าไปในร้านที่ตกลงกันไว้ เจอคนคุ้นหน้าก็ทักทายกันปกติแต่จะไม่ปกติก็หน้ามาเฟียเจ้าเก่าที่ดูจะไม่ร่าเริงเหมือนก่อนหน้านี้ ก็จะให้ร่าเริงได้ยังไง ทำไมดูโอ้เขาต้องเหมือนคนของสาธารณะขนาดนี้ แถมเจ้าตัวก็มนุษยสัมพันธ์เป็นเลิศแฟนคลับเขาจะไม่ว่าซักนิด แต่นี่ใครเข้ามาทักรู้จักไม่รู้จักก็ยิ้มหวานให้ไปหมด นี่มันเวลาส่วนตัวนะเฟร้ยเฮ้ย!
 
"ไอ้นัท ปวดท้องขรี้เปล่าวะ ดูทำหน้าเข้า"
 
"ขรี้ตรงนี้ได้เปล่าล่ะ จะเอาไว้ปาหน้าพวกใจทุจริต" ซินถึงกับต้องหันหน้ามามองคู่หู ว่าพูดอะไรแปลก ๆ ว่าเขารึไง ก่อนจะได้มองตามสายตาคนหน้าขวางไปถึงโต๊ะกลุ่มนักร้องต่างค่ายที่บังเอิญเข้ามาทักแล้วขอถ่ายรูปคู่กับเขาไป กระทั่งตอนนี้ก็ยังหันมามองและยิ้มให้เขาเป็นระยะ เพราะโต๊ะไม่ห่างกันเท่าไหร่
 
"รับอะไรดีครับ" ก่อนที่จะเกิดสงครามปาของเสียเกิดขึ้น เสียงนุ่ม ๆ ของคนรับออร์เดอร์ก็เข้ามาได้จังหวะพอดี
 
"นัท คุณจะเอาอะไร" ถามคนที่ยังไม่หยุดทำหน้าหาเรื่อง ก่อนที่จะก้มลงมองเมนูในมือ น่ากินทั้งนั้นเลย 
 
"ของซินเอาลาเต้ใส่นมเยอะ ๆ แล้วก็.." สั่งเสร็จแล้วเงยหน้ามองเค๊กในตู้โชว์ทำหน้าคิดหนักว่าจะกินอะไรดี บราวนี่ก็น่ากิน เค๊กสตอร์เบอร์รี่ก็น่ากิน..... ทำท่าทางน่ารักน่ามองน้อยที่ไหน แต่คงไม่ใช่แค่มาเฟียที่คิดแบบนี้ก็เจ้าคนที่รับออร์เดอร์ก็พลอยมองไปด้วย
 
"ของพี่เอา เอ่อ อะไรดี เอา..."
 
"ของพี่โอ๊ตกับนัทกาแฟดำ ส่วนเค๊กเอาบราวนี่กับเค๊กสตรอเบอรี่ แค่นี้ครับ" ผู้จัดการคนเก่งถึงกับเอ๋อพอ ๆ กับนักร้องนำเมื่อเจอมือกีตาร์สั่งออร์เดอร์แบบรวดเดียวจบ และที่สำคัญมันจะรู้ใจคนอื่นมากเกินไปแล้ว ก่อนจะได้โต้แย้งอะไรก็ไม่ทันแล้วเมื่อผู้จัดการร้านที่ลงทุนมารับออร์เดอร์เองเพราะเห็นเป็นนักร้องในดวงใจ ถึงกับต้องรีบหมุนตัวกลับอย่างเร็วเพราะเจอสายตากร้าว ๆ ที่เหมือนจะตะปปหัวเขาให้ขาดได้ทุกเมื่อถ้าเขายังมองหน้าสวย ๆ ของนักร้องในดวงใจนานไปกว่านี้
 
"นัท รู้ได้ไงว่ากุจะกินกาแฟดำ ไอ้นี่นิ มาถึงร้านมานั่งจิบกาแฟดำเนี่ยนะ ไอ้ปร่วง หน้ามืดตามัวเลยนะมึง" รีบหันไปต่อว่ามือกีตาร์ในคอนโทรล หลังจากที่ตั้งสติได้ ทำไมจะไม่รู้ว่ามันปร่วงเพราะอะไร ถ้าไม่ใช่เพราะคนข้าง ๆ นี่อยากจะบอกจริง ๆ ว่าถ้ามันไม่ปลง มันคงเป็นบ้าในอีกไม่นาน เพราะนับวันพวกมันยิ่งฮอตไปเรื่อย ต้องมีคนเข้าหาอีกมากมาย ไม่ใช่แค่ซินที่มีคนพยายามเข้าหา ไอ้คนหน้ามึนนี่ก็ใช่ย่อยแต่มันดันไม่รับรู้อย่างอื่นนอกจากทำตาขวางใส่ชาวบ้านเค้าไปทั่ว ทุกทีที่เข้ามาหานักร้องของตัวเอง และนักร้องเองก็ไม่ได้ปฏิเสธความหวงออกนอกหน้าของเพื่อนร่วมวงซักนิด เขาละเพลีย ละงง กับสองคนนี่จริง ๆ แต่ช่างมันเถอะงานไม่เสียเขาก็พอใจละ เพราะถ้าเรื่องงานละก็ ซินไม่ยอมให้นัททำอะไรตามใจตัวเองแน่ ๆ
 
"อะไรของคุณนิ พี่โอ๊ตเดี๋ยวซินให้เด็กมารับออร์เดอร์ใหม่" กำลังจะพยักหน้ารับคำหวังดีจากนางฟ้า ก็ดันหันไปเห็นสายตาซาตานที่ส่งมาข่มขู่ซะก่อน ทำไมมันไม่คิดว่าคนรับออร์เดอร์คนอื่นก็มี๊ แต่ทำยังไงได้ ตอนนี้เวลาส่วนตัวนี่ ....เวลาของมัน ปล่อยมันไปก่อน
 
"ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่เดินไปสั่งที่เคาท์เตอร์เอง กลัวหมากัด!!" พูดประชดใส่คนที่นั่งทำหน้าไม่รู้ไม่่ชี้เหมือนที่เขาว่าน่ะ ไม่ใช่มัน
 
"เป็นไงอร่อยไหมนัทกาแฟดำ เอาเค๊กไหมอร่อยน๊ะ" มือเรียวตักเค๊กบราวนี่ขึ้นมาชูให้มือกีตาร์ดู
 
"ก็ดีนะเผื่อกาแฟจะอร่อยขึ้น กาแฟอะไรเหมือนน้ำล้างเท้า.... แต่มือไม่ว่างอ่ะ" จะว่างได้ยังไงก็นั่งกดบีบีอยู่ เอากับเขาสิบทจะเอาแต่ใจก็หาเหตุผลได้ที่ไหนแล้วเคยชิมรึไงไอ้น้ำล้างเท้าเนี่ย.. ซินถอนหายใจเบา ๆ เมื่อคนที่บอกว่ามือไม่ว่างเงยหน้ามาพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าพร้อมจะกิน แต่ไม่ยอมละมือออกจากบีบี
 
"ครั้งเดียว นอกนั้นกินเอง" ซินจำต้องยื่นช้อนไปให้นัทอ้าปากรับบราวนี่สีเข้ม ดีนะที่คนทยอยกลับหมดแล้วไม่งั้นคงได้เป็นข่าวคึกโครม เพราะไอ้คนชอบสร้างกระแสนี่แน่ ๆ แค่นี้ก็รีบชักช้อนกลับไม่ทัน และคงไม่ทันได้เห็นไอ้คนมือไม่ว่างแอบยิ้มอยู่แน่ ๆ
 
หลังจากจัดการกับอาหารว่างตรงหน้ากันเรียบร้อยก็แยกย้ายกันกับ เป็นนัทที่ต้องขับรถไปส่งซินที่บ้านเพราะตอนมาที่บริษัทป๊ามาส่ง แอร์เย็น ๆ ทำให้คนที่ตืนแต่เช้าเริ่มเคลิ้ม และเข้าสู่นิทราในที่สุด ก่อนจะสะดุ้งตื่นเพราะเสียงข้อความที่เขาตั้งเป็นเสียงเพลงไว้ มองไปรอบ ๆ ก็พบว่าตัวเองมานอนบนเตียงนุ่มที่คุ้นเคยแล้ว มาได้ยังไงคงไม่ต้องแปลกใจ มือบางหยิบไอโฟนขึ้นมากดเปิดอ่านข้อความเข้า
 
"ตื่นแล้วอย่าลืมทายาที่มีมือนะ แล้วทีหลังไม่ต้องให้ใครทาให้ รอนัทมาก่อนแล้วจะทาให้เอง ....ก็หวงอ่ะ" ไม้เอกอาจจหายไปในบางอักษรในข้อความก็ได้ แต่ก็ทำให้คนสวยยิ้มบาง ๆ ได้ แม้กระทั่งตัวเขาเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เป็นอยู่คืออะไร แต่มันก็มีความสุขที่มีนัทอยู่ใกล้ คอยวนเวียน กวนประสาท คอยห่วงจนเวอร์ในบางครั้ง ทำตัวเหมือนเด็กให้เค้าต้องปวดหัวก็มี แต่บทที่เขาจะอ้อนก็ทำให้มาเฟียหน้าโหดกลายเป็นเทพบุตร ตามใจเข้าทุกอย่างได้เหมือนกัน ทุกอย่างก็แค่มาจากใจ ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขามันไม่มีนิยามจำกัดว่าคืออะไร แค่ใครอาจจะไม่เข้าใจ ...ไม่เป็นไร...ก็แค่ซินกับนัทเข้าใจกันก็พอ... 
 
 

edit @ 25 Jul 2011 04:54:47 by Sincere-over

edit @ 25 Jul 2011 05:18:00 by Sincere-over